ambbet641.com

Anderson

Anderson

“อันแดร์ไม่แคร์อะไร” Sir Alexander Ferguson จับตามอง Anderson เรื่อยมานับตั้งแต่ย้ายสู่ปอร์โต้ในปี 2006

ในวัยยังไม่ครบ 18 ปีดี Anderson มีค่าตัวในเวลานั้นถึง 7 ล้านยูโร แน่นอนว่ามันสูงมากๆ หมายความว่าต้องมีอะไรดีแน่นอน ปอร์โต้ถึงยอมจ่ายหนัก

ช่วงดังกล่าวฟีฟ่ายังมีกฎห้ามนักเตะไม่บรรลุนิติภาวะย้ายข้ามประเทศ ยกเว้นมีผู้ปกครองตามไปดูแลด้วย ดังนั้นแม่ของ Anderson จึงต้องเก็บกระเป๋าบินมาโปรตุเกส เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

เขาเล่นให้ฟุตบอลชุดใหญ่ปอร์โต้อย่างรวดเร็ว แม้จะประสบอาการบาดเจ็บครั้งใหญ่โดน คอสตาส คาตซูรานิส ของเบนฟิก้า เข้าสกัดหนักจนขาหัก แต่ด้วยความที่ร่างกายแข็งแรง อายุยังน้อย ใช้เวลาเพียงแค่ 5 เดือนก็คัมแบ็กสำเร็จ

ดังนั้นจึงทันเล่นในโค้งสุดท้ายของฤดูกาล รวมแล้วลงรับใช้ปอร์โต้ 21 นัดด้วยกัน

ถือว่าเยอะมาก หากไม่เจ็บซะก่อนยังไงก็ต้องถึง 35 นัดแน่ๆ

นั่นจึงทำให้ป๋ากระชากมาร่วมทีมด้วย ซึ่งไม่ง่ายนักตรงต้องดิ้นรนขอเวิร์ค เพอร์มิตหรือใบอนุญาตประกอบอาชีพในยูเคอีก

แต่เมื่อเรียบร้อยแล้ว Porto รับเละ 30 ล้านยูโรเป็นค่าตัว ภายในปีเดียวกันกำไรเหนาะ ๆ 23 ล้านยูโร ช่างเป็นการลงทุนที่โครคุ้มค่า

อันแเดร์สัน คือหนึ่งในความหวังแห่งอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย ป๋าเชื่อว่าจะไปโลดอย่างแน่ๆ เพราะพรสวรรค์มาเต็ม

ไม่ใช่แค่ป๋าเท่านั้น แข้งแมนฯยูไนเต็ดหลายคนก็มั่นใจในทำนองเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่ากองกลางบราซิเลี่ยนจะไม่ได้แคร์เท่าไรนัก

เบน ฟอสเตอร์ อดีตผู้รักษาประตูแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งทันร่วมงานกับ Anderson เล่าไว้ใน Podcast อย่างน่าสนใจ

“เขามีศักยภาพเป็นผู้เล่นดีวุดในโลกได้เลยในช่วงที่พีก , ผมสัญญาว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

“ใครก็พูดอย่างนี้ บอกว่าเขาเจ๋งสุดในโลกเลย แต่เขากลับไม่แคร์ ไม่สนใจอะไรเลยทั้งสิ้น ทุกอย่างไม่อยู่ในหัวของเขา”

“แต่เมื่อคุณส่งเขาลงไปในสนามจะเห็นความสุดยอด Carlos Tevez ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเขาลงไปแล้ว

คุณจะต้องอุทาน โอ้วพระเจ้า นั่นคือบางสิ่งที่นักเจะอเมริกาใต้มี”

อย่างที่ ฟอสเตอร์ ว่าเอาไว้ Anderson ไม่ใส่ใจหรือแคร์อะไรทั้งสิ้น ชิลด์ๆสบายๆตามใจตัวเองมากกว่า

แม้จะมีความสามารถและพรสวรรค์อัดแน่น แต่กลับไม่ได้ดึงมาใช้อย่างเต็มที่ เส้นทางของเขาจึงไม่ได้สวยงามอย่างที่หลายคนคาดไว้

ไมเคิ่ล โอเว่น ซึ่งเคยอยู่ด้วยกันที่แมนฯยูไนเต็ด บอกไว้ว่า “เขาทำตัวสบายเกินไป”

ในขณะที่ ราฟาเอล ดา ซิลวา เล่าให้ฟัง มีอยู่วันหนึ่งรถโค้ชของสโมสรวิ่งอยู่บนมอเตอร์เวย์

แล้วจอดแวะจุดพัก Anderson เห็นร้านเบอร์เกอร์ชื่อดัง แล้วตะโกนลั่น “แม็คโดนัลด์ๆๆๆ” เพราะอยากกินมาก

เขาไม่สนใจเลยว่า ป๋าจะอยู่บนรถหรือเปล่า ทั้งที่มันคืออาหารต้องห้าม หากคุณอยู่ในสโมสรห้ามกินเด็ดขาด โภชนาการคือสิ่งสำคัญ

เดาได้เลยว่าเมื่อกลลับบ้าน ไม่อยู่ในสายตาของเจ้านาย Anderson จะเป็นอย่างไรกัน คงตามใจตัวเอง กินอย่างที่อยากกิน ไม่เลือกว่าจะดีต่อสุขภาพหรือไม่ อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ

เมื่อเขาเลือกแล้ว นั่นหมายความว่าต้องยอมรับผลลัพธ์ที่ตามมา

คนอื่นบ่นเสียดานแทน แต่สำหรับ Anderson อาจไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยก็ได้