ambbet641.com

Anderson

Anderson

ว่ากันด้วย เรื่องฝีเท้าของ , Anderson อาจอยู่ในข่าย ‘ก้ำกึ่ง’ ว่า ‘เก่งมาก’ หรือ ‘เก่งน้อย’
แต่ถ้าพูดกันแค่เรื่อง ‘ความมั่นใจ’ แบบเพียวๆ , Anderson ยกมือโชว์ บอกเลยเรื่องนี้ ‘ผมแดกขาด’
เส้นทางอาชีพ ของ Anderson ถือว่าเติบโตเร็วมากๆ ,
เข้าร่วมทีมเยาวชน เกรมิโอ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ พออายุย่าง 16 ปี
ก็ถูกโค้ชทีมชุดใหญ่ เรียกขึ้นไปเล่นในแบบ ‘มึนๆ’
เรื่องก็คือ วันหนึ่งในโรงอาหาร กูก้า โค้ชชุดใหญ่ บังเอิญมาเจอ Anderson
ที่กำลังง่วนอยู่กับ โทรศัพท์ 2 เครื่อง จึงเกิดความสงสัย มองเจ้าเด็กคนนี้ว่า เป็นพวกบ้าสิ่งของฟุ่มเฟือย
“จะเล่นบอล ต้องใช้โทรศัพท์ 2 เครื่องเลยหรอไอ้หนู ?”
และสิ่งที่ Anderson ตอบกลับไปก็คือ …
“จริงๆมันไม่น่าใช่ปัญหาของคุณนะ เพราะผมใช้เงินที่ผมหาเองมาซื้อ ถ้าผมจะซื้อเป็นสิบเครื่อง มันก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาของคุณเลยสักนิด”
ยังไม่ทันที่ กูก้า จะถามชื่อเสียงเรียงนาม , Anderson ก็จัดการพรีเซนต์ตัวเองทันที
“ผมชื่อ Anderson ผมเคยติด ทีมชาติ Brazil รุ่นอายุ 17 ปีด้วย เคยยิงประตูได้ตั้ง 40 ประตู มาแล้ว”
ความมั่นอก มั่นใจ และ ความห้าว (กวนส้นตีนนั่นแหละ!) ถ้าเป็นโค้ชคนอื่น ก็อาจจะตอกกลับด้วยการปรับ ลงโทษ หรือ ดัดสันดาน
แต่ กูก้า เกิดประทับใจในทุกสิ่งที่ Anderson แสดงออกมา จนเรียกไปติดทีมชุดใหญ่ ตั้งแต่อายุแค่ 16 ปี เท่านั้น
ทว่าแม้จะดูเหมือน เป็นเด็กที่กวนส้นตีน แต่ Anderson ไม่เคยลืมครอบครัว , คุณแม่ ของ Anderson เป็น ‘แม่เลี้ยงเดี่ยว’ เพราะคุณพ่อ เสียตั้งแต่ Anderson ยังเด็กมากๆ ความยากลำบากของ คุณแม่ ไม่ใช่แค่การเลี้ยง Anderson คนเดียว เพราะเขามีพี่น้องรวมกันมากถึง 5 ชีวิต
นั่นคือเหตุผลสำคัญทำให้ คุณแม่ ส่ง Anderson เข้าไปอยู่ในระบบทีมฟุตบอล เกรมิโอ
ตั้งแต่อายุแค่ 5 ขวบ โดย Anderson เองนั้น เติบโตมากับฟุตบอล พร้อมกับได้รับฉายาว่า ‘ลิตเติ้ล เปเล่’
เงินก้อนแรก ที่เขาหามาได้ , เขาตัดสินใจมอบให้ คุณแม่ ด้วยเหตุผลสำคัญ คือต้องการบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยของผู้เป็นมารดา
ขณะที่ คุณแม่ ก็เล่าว่า ทำไมถึงตัดสินใจส่ง Anderson ไปเติบโตลำพังกับ ทีมเยาวชนเกรมิโอ
“สิ่งสำคัญคือ ระเบียบวินัย ที่เด็กคนนี้จะได้รับ อย่างน้อยถ้าไม่สามารถเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ ก็ยังแน่ใจว่าจะออกมาเป็น คนที่ดีในสังคม”
เส้นทางอาชีพ ของ Anderson เติบโตรวด เล่นทีมชุดใหญ่ เกรมิโอ แค่ 5 นัด ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ เอฟซี ปอร์โต้ โดยที่ระหว่างนั้น ในศึกชิงแชมป์โลก รุ่นอายุ 17 ปี เขาก็ทำผลงานในชุดทีมชาติบราซิล ได้ดี จนถูกขนานนามว่าเป็น ‘นิว โรนัลดินโญ่’
9 ล้านยูโร คือค่าตัวของ Anderson ในวัย 18 ปี , เขามีส่วนช่วย ปอร์โต้ คว้าแชมป์ลีก
และ ถูก มาริโอ ซากัลโล่ กับ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ชมเชยว่า เป็นนักฟุตบอลที่มีศักยภาพ
และ พร้อมจะเป็นยอดนักเตะ ในอนาคต อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที ่Ambbet ขอบคุณครับ’
หลังย้ายมา โปรตุเกส ได้ 2 ปี , เงินจำนวน 18 ล้านปอนด์ ก็ถูกโอนเข้าบัญชีสโมสร โดยมีปลายทางคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นี่คือนักฟุตบอล ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นิยามว่า ‘ไม่เหมือน พอล สโคลส์ เพราะ ดุดันกว่า เร็วกว่า
และมีศักยภาพดีกว่าเวลาเล่นพาบอลไปข้างหน้า’
สิ่งแรกที่ Anderson กล่าวตอนมาถึงใหม่ๆ … “ผมจำได้ว่า เคลแบร์สัน เคยมาเล่นที่นี่ แต่ทำอะไรไม่ได้มาก ผมเลยอยากจะพิสูจน์ให้เห็นใหม่ ว่านักเตะแซมบ้า สามารถเล่นฟุตบอลที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ และผมอยากประสบความสำเร็จ”
เป็นเวลาร่วม 8 ปี ที่เขาสวมเสื้อปีศาจแดง (มีช่วงนึงโดน ฟิออเรนติน่า ยืมตัว)
ในแง่ความสำเร็จ , Anderson ได้รับมาจนสามารถพูดได้ว่า เป็นแซมบ้า ที่ประสบความสำเร็จ ใน อังกฤษ สูงมากคนหนึ่ง แม้รายละเอียดจะไม่ใช่ตัวหลักแบบจริงจัง
ทว่าสิ่งที่ Anderson ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก คือเรื่องความมุ่งมั่น
และ การปรับตัวเองเข้ากับฟุตบอลเร็วๆ แบบอังกฤษ ได้อย่างไม่มีปัญหา รับมือความกดดันได้ดีชนิดที่ไม่มีที่ติติง
แฟนผี น่าจะยังจดจำได้ดี กับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงฯที่ มอสโกว์ เมื่อปี 2008 , Anderson คือ คนยิงจุดโทษ คนแรกในช่วง ‘ซัดเด้น เดธ’ และการวิ่งเข้าไปสังหารลูกจุดโทษ ท่ามกลางความกดดันมหาศาลของเขาในตอนนั้น มันก็สะท้อนให้เห็นเลยว่า เขาไม่สะทกสะท้านอะไร กับ ความกดดันเลยแม้แต่นิดเดียว
อาจไม่ถึงขั้นตำนานแบบ พอล สโคลส์ ก็จริง , แต่เมื่อนึกถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ
และ กล้าหาญ กับ ทัศนคติที่ถูกต้องในการเป็นนักฟุตบอล
ต้องยอมรับว่า Anderson คือ นักเตะที่น่าจดจำมากคนหนึ่ง
อย่างน้อยก็ใช้ความมั่นใจที่มีในตนเอง ให้เป็นไปในทางที่เหมาะสม ไม่เหมือนหลายตัว ในทีมชุดปัจจุบัน ที่ ความมุ่งมั่น ไม่ได้ครึ่ง Anderson เลยสักนิดเดียว
แถมเสือกมั่นใจแบบผิดๆอีกด้วยนะ !