ambbet641.com

Big score

Big score

ผีแต้มเล็ก…เชลซี Big score
พึ่งนัดที่สองนะครับสำหรับฟุตบอลอาชีพที่เหมือนวิ่งมาราธอน
กระนั้นก็ผิดคาดไปจากการคาดการณ์ที่เซนต์ แมรีส์ 
ผมเองทายสกอร์เอาไว้ว่า แมนฯยูฯ บุกชนะ 21
ปรากฏว่าได้กลับมาแค่แต้มเดียว
สกอร์ 90 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แบ่งมาสักลูกก็ชนะแล้ว
แต่จะว่าไป….เกมที่เกิดขึ้น “แต้มเดียว”ยุติธรรมสำหรับสองทีม
ส่วนอีกเกมที่เอมิเรสต์ สเตเดียม ในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์
โทมัส ทูเคิล เปิดตัว ลูกากู ทันที….และก็มีอิมแพกต์เช่นกัน
แต้มที่พวกเขาได้ก็ตามคาด เมื่อเทียบกับคุณภาพนักเตะฟอร์มและโค้ช
มาว่ากันที่คู่แรกกันก่อนครับ…ทำไมผีไม่ชนะ

1 ทีมราล์ฟ เพรสซิงดี

ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล ยังใช้สไตล์การเล่น 442 และเน้นการเพรสซิงแดนบนอยู่บ่อยๆในเกม 
แม้ขายนักเตะไปเยอะ ไม่มี แดนนี อิงส์ กองหน้าที่เหมาะกับสไตล์เพรสซิงแดนบนได้ดี นัดนีอดัม อาร์มสตรอง
และ เช อดัมส์ ก็ต้องทำหน้าที่นั้น และนั่นเป็นที่มาที่ทำให้ประตูแรกของเซาธ์แฮมป์ตันมาจากการเพรสซิงแดนบน 
รุมแย่งจน Fred เปิดบอลออกให้ Bruno ที่ริมเส้น จังหวะบังบอลแล้วโดนแย่งได้โดย Jack Stephens จังหวะนั้นถือว่าไม่ฟาวล์ครับ
ด้วยเพราะ Bruno บังบอลไม่มิดเอง เหลี่ยมบอลไม่ได้ว่ากันแบบนั้น
สตีเฟนชิงตัดบอลได้ ก่อนไหลให้ ชเนโป แล้วต่อให้ Armstrong ก่อนถึง adams หน้าเขตโทษ 
ดึงจังหวะแล้วยิงแฉลบเท้า เฟรด เปลี่ยนทางเข้าไป พรีเมียร์ลีกให้เป็น เฟรด ทำเข้าตัวเอง 
เกมเพรสซิงแดนบนของ ราล์ฟ ทำให้พวกเขาได้ประตูนี้ และหลายครั้งทำให้แมนฯยูฯขึ้นบอลได้ยากและ แกะเพรส ไม่ได้มากนัก 
นี่ถ้าหากครึ่งหลัง อาร์มสตรอง คมๆ นะครับ จังหวะเพรสจน แฮร์รี แมกไกวร์ 
เสียบอล มาเข้าทาง แล้วยิงไปติดเซฟ เดเคอา ไม่งั้น ผีถึงแพ้เลย

2 เกมรับนักบุญ “วินัย” เน้นๆ

ว่ากันตาม shape หรือการจดระเบียบเกมรับทั้งแดนกลางและหลังในระบบ 442 ของเซาธ์แฮมป์ตัน 
ยังไงแตกต่างจากลีดส์ ที่ แมนฯยูฯ ถล่มมา เพราะหนึ่งจะไม่มีที่ว่าง 
ไม่มีพื้นที่หน้าไลน์เกมรับให้ บรูโน , ป๊อกบา เล่นเหมือนนัดเจอลีดส์ ครับ 
การตั้งรับรักษาแนวรับของนักบุญเพื่อบีบให้ บรูโน และแมนฯยูฯ เล่นด้านข้างอย่างเดียว 
แล้วพอพวกเขาตั้งโซนรับ การเจาะก็ยากขึ้น ถ้าไม่พลาดส่วนตัวก็เสียยาก 
มีเพียง….เซตพีสเท่านั้นที่แมนฯยูฯ กดดันนักบุญได้เกือบทุกครั้ง ตรงนี้คือจุดอ่อนของการป้องกันลูกตั้งเตะเจ้าบ้าน แต่แมนฯยูฯทำไม่ได้เอง 

3 แดนกลางผี….”เฉื่อย” 

เนมานยา มาติชเฟรด ในเกมนัดนี้ดูช้าและเฉื่อยไปหน่อย หลายจังหวะเสียบอลง่าย
โดนแซะ โดนแย่งทำลายเกมอยู่เรื่อยๆ แถมออกบอลก็พลาดอีก เช่นเดียวกันกับ บรูโน แฟร์นานสด์ 
เกมนี้ดูไม่คึกคัก ไม่สามารถทำได้เหมือนนัดเตะกับลีดส์ แดนกลางมีเพียง ป๊อกบา 
คนเดียวที่โดดเด่น ส่วนตัวของเขาเอาตัวรอดและทำได้ดี ขณะที่คนอื่นๆ ดูดรอปลงไป
แต่นั่นก็ต้องยอมรับและให้เครดิต เซาธ์แฮมป์ตันด้วยว่า เพรสซิงดีทั้งแดนบนและแดนสอง แถมมีลูกหนักมาแถมอีก

4 เกมผีไม่ต่อเนื่อง

พึ่งนัดสองนะครับ…ผมคิดว่าการประสานงานแดนหน้ายังไม่ลงตัว มาร์กซิยาล กับ กรีนวูด , บรูโน 
และ ป๊อกบา เมื่อเจอการตั้งโซนรับลึก ก็คงต้องหาจังหวะเข้าทำให้เร็วและแม่นกว่านี้
ประตูตีเสมอของ กรีนวูด คือลูกที่ 8 ใน 10 เกมล่าสุด
ส่วนเจดอน ซานโช พึ่งเกมสองเท่านั้นเอง คงต้องปรับตัว เพียงแต่ระหว่างการปรับตัวนั้นทีมต้องเล่นเพื่อชนะ ไม่งั้นจะกดดันตัวเองเปล่าๆ 
ถ้าดูทั้งเกมต้องยอมรับว่า เกมรุกผีไม่ต่อเนื่อง ครึ่งแรกนี่ไม่ดีเลย แต่ลูกตั้งเตะอันตราย ครึ่งหลังดีตั้งแต่เริ่มต้นเกมจนถึงยิงตีเสมอได้ จากนั้นกลับไปเหมือนครึ่งแรก
ผ่านไปสองนัด….ยังมีอะไรให้ติดตามอีกยาว อย่างน้อยนอกบ้านไม่แพ้ใคร 27 นัดเข้าไปแล้ว
เป็นตัวเลขที่ดี เพียงแต่นัดนี้แต้มเดียวของแมนฯยูไนเต็ดนั้น…. 
น่าจะเป็น”แต้มเล็ก” ในสายตาแฟนผีครับ

Lukaku

ส่วน “ลอนดอน ดาร์บี” ก็อย่างที่พอคาดการณ์กัน
ทีมเชลซีของ Thomas Tuchel “เต็งสอง” มีชุดผู้เล่นที่พร้อมทุกแดนจริงๆ แถมส่ง Lukaku มายืนหน้าเป้า 
ทำให้ Timo Werner หลุดตัวจริง โดย Tuchel ปรับเกมรับ ถอย Azpilicueta ไปเล่นเซนเตอร์กับ Christensen 
และ รือดิเก้อ ไม่ส่ง Chalobah เล่นต่อ เพราะเขาต้องการใช้ Reece James เล่นวิงแบ๊กเพื่อเติมเกมรุก ไม่ต้องห่วงเกมรับด้านนั้นที่ ปืนใหญ่มี คีแรน เทียร์นีย์
เติมตลอด 
ตัวรุกใช้ Mason Mount, Kai Havertz ประสานงานกับ Lukaku นั่นทำให้ Werner สำรอง
ส่วนอาร์เซนอล จะว่าไปทีมเด็กดาวรุ่งก็จัดได้ตามสภาพ เกมรับ เบน ไวท์ บอกว่าป่วย แต่พิธีกรรายการวิเคราะห์ฟุตบอลที่อังกฤษบอกติดโควิด
ทำให้ Mikel Arteta จัดหลังสี่เหมือนเดิม Rob Holding พร้อมลงสนามเล่นกับ Pablo Mari แบกสองข้าง Soares กับ Tierney แดนกลางยังใช้ ซามบี
นักเตะใหม่กับ กรานิต ชาก้า กลางรุก เปเป
เอมิล สมิธ – โรว์ และ ซากา ส่วนหน้าเป้า มาร์ติเนลลี

เทียบขุมกำลังมันมีความต่าง
เกมรับปืน แบ๊กโฟร์นั้น พอโดนโจมตีบ่อยๆก็รวนไปหมด โดยเฉพาะเกมสวนกลับ 
แดนกลาง ปืน ซามบีกับ ชาก้า พึ่งเล่นด้วยกันนัดที่สอง (ปาร์เตย์เจ็บ) 
เป็นรองเมื่อเจอคู่ จอร์จินโญ ดับ โควาสิช 
หน้าเป้า ปืนกับ เชลซี…..มันมวยคนละรุ่นเลยครับ
ลูกากู เฮฟวีเวท และยอดมวย ส่วน มาร์ติเนลลี มวยดาวรุ่งรุ่นเล็กด้วยซ้ำ

โดยแทกติกการเล่น ทูเคิล ค่อนข้างเขี้ยวครับ ไม่จำเป็นต้องไปบุกใส่อาร์เซนอลมากมาย 
เล่นตามจังหวะของเกมที่พวกเขาเล่น แต่เน้นบอลแดนสองไปแดนสามให้เร็ว โดยไม่ต้องใช้คนเยอะ 
ถ้าดูจากสองประตูใน 35 นาทีแรกคงพอมองเห็นว่า นักเตะเชลซี มีน้อยกว่าอาร์เซนอลในแดนสาม
ประตู 1….เกมรับปืนพลาดจังหวะ โซอาเรส ไม่เช็คล้ำหน้า 
ปาโบล มารี เบียดสู้ ลูกากู ไม่ได้ ก่อนพักบอลให้แดนกลาง แล้ววิ่งเข้าจุดคือเขตโทษ
ซึ่ง Marie ก็ เสียท่า Lukaku จนทำให้หลุดเข้าไปว่างๆ พอ รีส เจมส์ เลยจ่ายให้
ลูกากู ก็แปเผาขนเข้าไปง่ายๆ เลย อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ

ประตู 20….อันนี้ให้เครดิต ฮาแวร์ตส์ ที่ริมเส้น ดึงนักเตะอาร์เซนอลมาสองคน ก่อนใช้ไหวพริบตวัดบอลที่ว่าง 
Marcos Alonso เติมพอดี Lukaku โดนตัดฟาวล์ แต่บอลไหลถึงเม้านต์ ซึ่ง พร้อมจ่ายให้ Reece James จับบอลโล่งๆ ก่อนสับไกไม่เหลือ….
เพลย์นี้…เชลซี เล่นแค่สามสี่คน แต่พื้นที่ว่างเยอะแยะเลย กองหลังอาร์เซนอลกระจัดกระจาย
วิธีการเล่น….ผมมองว่า ทูเคิล เขี้ยวกว่า ให้เจ้าบ้านเดินเกมเข้าหา ครองบอลใส่ แต่พอเสียบอล 
พวกเขาโจมตีกลับเร็วทันที อย่างที่บอกไม่ต้องใช้คนเยอะ แต่เป้าหมายชัดเจน พื้นที่ว่างมีให้ใช้สอยตลอดเวลา ในหลายครั้งที่พวกเขาโจมตีจากแดนสองไปแดนสาม 
ทีมเชลซี ลงตัวตรงนี้มากกว่าอาร์เซนอล ทั้งแทกติกที่นักเตะเข้าใจกันดี ส่วน ลูกากู มาใหม่ 
มีหน้าที่ดึงเซนเตอร์ปืนหลุดตำแหน่ง หรือ สู้กับ Center ปืนอย่าง Marie และ holding ที่ถือว่ากระดูกบอลน้อยกว่ากองหลังที่เขาเจอมาในกัลโช ….
จังหวะบังบอล..เบียดแย่งบอล ลูกากู ชนะหมด 

เทียบปอนด์ต่อปอนด์ ตัวผู้เล่น อาร์เซนอล กับเชลซี…แฟนบอลคงเห็นภาพชัด
ชัยชนะของเชลซี ก็ตามคาด ชัยชนะเกมนี้แม้เจอกับทีมที่คุณภาพเป็นรอง แต่มันคือลอนดอน ดาร์บี 
ที่พวกเขาแพ้เมื่อปีที่แล้วสองเกม แพ้ทั้ง Frank Lampard และ ตัว Tuchel ท้ายฤดูกาล เกมนี้เอาคืน….ถือว่า “Big score”
ทำให้ผลงานเชลซีนั้น ชนะสองนัดรวดทั้งแต้มและผลต่างเท่ากับลิเวอร์พูล
สัปดาห์หน้า 28 ส.ค. ที่แอนฟิลด์ ดูลักษณะแล้ว….
ยิ่งกว่าลุกเป็นไฟแน่นอน