ambbet641.com

David Beckham

David Beckham

ฤดูกาล 2006-2007 ไม่ใช่แค่ซีซั่นสุดท้าย ของ David Beckham ในเสื้อราชันชุดขาว
หากแต่มันยังเต็มไปด้วยเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย
ตลอดเวลาที่เล่นกับ เรอัล มาดริด 4 ฤดูกาล , หนุ่มเบ็คส์ คว้าแชมป์ ลา ลีกา มาครองได้ 1 สมัย และมันเกิดขึ้นในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีม
เป็นฤดูกาลที่ Beckham ประกาศล่วงหน้าตั้งแต่กลางๆซีซั่น
ว่าตกลงจะย้ายไปโชว์เพลงแข้ง บนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา กับ แอลเอ แกแล็คซี่
มันทำให้ ‘เบื้องบน’ ไม่พอใจ และ ฟาบิโอ คาเปลโล่ มองว่า หนุ่มเบ็คส์
มีความทุ่มเทให้กับทีมน้อยลง เพราะใจลอยไปแผ่นดินเสรีภาพ เสียแล้ว
ประกอบกับเป็นช่วงปีสุดท้ายในสัญญา ซึ่งที่ผ่านมา ด้วยการที่ทีมร้างแชมป์ลีก มาตลอด
ส่งให้ความนิยมของ หนุ่มเบ็คส์ ในสายตา ‘โลส บลังโกส’ น้อยลงตามไปด้วย
นอกจากนั้นยังมีการเข้ามาของ โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ที่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ดึงตัวมาจาก อาร์เซน่อล ซึ่งแน่นอนว่าทับตำแหน่งกับ Beckham แบบตรงๆ เพราะ กุนซืออิตาเลี่ยน นิยมใช้ เรเยส ในตำแหน่งปีกขวา มากกว่า
(28 October ปี 2006 จนถึง 14 April ปี 2007) . Beckham ได้ลงเล่นให้สโมสร
ในเกมลีก เพียงแค่ 9 เกมเท่านั้น จากจำนวนเกมทั้งหมด 23 นัด
หลังการประกาศอนาคต ว่าจะไปเล่น ‘ซ้อคเก้อร์’ , ทำให้ ราม่อน กัลเดร่อน ประธานสโมสรตอนนั้น
ถึงขั้นเหน็บแหนมเลยว่า “หมอนี่มันอยากไปฮอลลีวู้ด คงอยากเป็นลูกครึ่งนักฟุตบอล กับ ดารา”
ส่วน ฟาบิโอ คาเปลโล่ บอกว่า … “ผมไม่มีอคติ หรือเป็นศัตรูกับใคร
ผมจัดทีมด้วยนักเตะที่พร้อมที่สุด ดีที่สุดลงไปเล่น และสำหรับ เบ็คแฮม เขาไม่ใช่คนๆนั้น”
ทว่าแม้จะมีเรื่องราวต่างๆเหล่านั้น ส่งให้สถานะ Beckham เหมือน ‘หัวเดียวกระเทียมลีบ’
แต่ปฎิกิริยาจาก Beckham มีเพียงสิ่งเดียวคือการ ‘ซ้อม’ ทำหน้าที่ของตนเองในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ อย่างดีที่สุด
สิ่งที่ Beckham เปิดปากให้สัมภาษณ์ คือ … “ผมจะทำหน้าที่ของผมเหมือนเช่นที่เป็นมา และมันจะเป็นการตอบคำถามในทุกสิ่งที่ผู้คนสงสัยเกี่ยวกับผม”
ช่วงเดือน February ปี 2007 , ปัญหา นักเตะบาดเจ็บ หลายคน ส่งให้ Beckham กลับมามีชื่อออกสตาร์ท
ตัวจริง ในเกมเยือน ‘อาโนเอต้า’ บ้านของ Real Sociedad และ Beckham ทำประตูจากลูกฟรีคิก
เป็นประตูตีเสมอ ก่อนจบครึ่งแรก และมีส่วนทำให้ทีมชนะในที่สุด
อีกทั้งหากจำกันได้ ฤดูกาลนั้น การขับเคี่ยวแย่งแชมป์ลีก กับ บาร์เซโลน่า เรียกว่าสูสีชนิดแต้มไม่ขาด
บดบี้ไล่กันมาตลอดทาง ทำให้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ เองก็ต้องงัดเอาทุกทรัพยากรที่ตัวเองมี ออกมาใช้ให้ถึงที่สุด ในสถานการณ์ที่ผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนเช่นนั้น
เกมกับ โซเซียดาด เหมือน ‘Pin Point’ ของ Beckham ที่เปลี่ยนฉากจบของเขากับ
เรอัล มาดริด ซึ่งกำลังจะจบแบบไม่สวยงาม ให้กลายมาเป็น พล็อตภาพยนต์ระดับฮอลลีวู้ด
จนกระทั่งที่สุด เรอัล มาดริด ก็สามารถกลับมาคว้าแชมป์ลีก ได้สำเร็จ|
ในรอบ 3 ปีหลังสุด และมันก็เป็น แชมป์ลีกสเปน สมัยแรก และ สมัยสุดท้าย ในชีวิตของ Beckham
วันสุดท้ายของฤดูกาลกับ Real Mallorca เกมเล่นใน Santiago Bernabeu เมื่อทุกอย่างจบลงโดยการเป็นแชมป์แบบ แต้มเท่ากับ บาร์เซโลน่า แต่ ‘H2H’ ดีกว่าจากชัยชนะ 1 และ เสมอ 1
แฟนบอลราชันชุดขาว เปลี่ยนจากเสียงโห่ที่เคยมีต่อ Beckham มาเป็นเสียงแซ่ซ้องสดุดี สำหรับการแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกับมีส่วนสำคัญ นำพาสโมสรกลับสู่บัลลังก์อีกครั้ง
ในภายหลัง มีการเปิดเผยจาก ฟาบิโอ คาเปลโล่ ว่า ที่จริงแล้วนั้นเขาเองก็ไม่ได้อยากจะดร็อป Beckham
หากแต่มันคือประกาศิตจากคนสวมสูท ในฝ่ายบริหาร ที่ไม่พอใจการประกาศย้ายไป
แอลเอ แกแล็คซี่ ล่วงหน้า ของ Beckham จึงบีบลงมาที่เขาอีกทางหนึ่ง
กระทั่งเมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ ฟาบิโอ คาเปลโล่ จึงเลือกหักกับบอร์ด ด้วยการเอา Beckham กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง
หลังจบฤดูกาล 2006-2007 , หนุ่มเบ็คส์ ย้ายไป America ส่วน Fabio Capello ก็ออกจากตำแหน่งกุนซือราชันชุดขาว และไปรับงานคุมทัพสิงโตคำราม อังกฤษ 
บางคน พอทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจคิด มักปล่อยชีวิตเข้าเกียร์ว่าง ไม่ทำอะไร เพื่อให้เวลาผ่านไปวันๆ
กับบางคน เมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจคิด แต่เลือกจะลงมือทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดในทุกๆวัน สุดท้าย ความเปลี่ยนแปลง ย่อมเกิดขึ้นกับคนประเภทหลัง มากกว่า อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบตุณครับ
เหมือนเช่น Beckham ที่พิสูจน์ให้เห็น ความเป็นมืออาชีพในตัวเขา จนแม้กระทั่งคนแข็ง ๆ
อย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ยังต้องยอมรับและยอมหักกับเบื้องบน
เพื่อให้โอกาส David Beckham กลับมาลงสนามอีกครั้ง