ambbet641.com

Di Canio

Di Canio

“เด็กโข่ง Di Canio”
ที่ไหนมี Henry Redknapp ที่นั่นไม่มีวันน่าเบื่อ เรื่องเล่าของจ่าแฮร์รี่ สนุกสนานทุกครั้ง
โดยเฉพาะเมื่อตัวละครเอกในเรื่องคือ
Paolo Di Canio ด้วยแล้วละก็
ต้องบอกก่อนว่าจ่าแฮร์รี่ มักหยิบยกเรื่องในอดีตมาเล่าได้เห็นภาพ เหมือนผู้ใหญ่เล่าเรื่องการผจญภัยของตัวเองให้เด็กฟัง บางครั้ง อาจจะเคลื่อนจากความจริงไปบ้าง บางครั้งก็มีการเหยาะบางสิ่งบางอย่างเพิ่ม เพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉากของเรื่องมันเป็นเกมพรีเมียร์ ลีก ที่อัพตัน พาร์ค
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2000 เวสต์แฮม เจอกับ แบรดฟอร์ด ซิตี้
เปาโล ดิ คานิโอ เหนือชั้นกว่าชาวบ้าน ได้บอลทีลากป่วนเกมรับแบรดฟอร์ดตลอด แต่ที่ทำให้ดาวเตะอิตาเลี่ยนหงุดหงิดคือ เขาโดนทำฟาวล์ เตะข้อเท้าในเขตโทษชัดๆ 3 หน แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าเป็นจุดโทษแม้แต่หนเดียว จนพอครั้งที่ 3 เขาก็ทำท่าขอเปลี่ยนตัวออกเองเลย เพราะเซ็งการตัดสินแบบสุดๆ
“คุณจำได้มั้ย เกมกับ Bradford City ตอนนั้นเรากำลังตาม 2-4
เขาโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ 3 ครั้ง โดนปฏิเสธทั้งหมด เขาทำท่าแบบนี้ (ทำมือขอเปลี่ยนตัว)
บอกผมว่าขอเปลี่ยนออก” จ่าแฮร์รี่ เริ่มเล่าในเวอร์ชั่นของตัวเอง
“เขาวิ่งมาข้างสนาม บอกว่า ‘ผมไม่เล่นแล้ว’ เขานั่งลงกับพื้น ผมสาบานเลยเขาทำท่าแบบนี้ เอามือกอดอก
แล้วก็ทำแบบนี้ (ยกมือขึ้นมาเท้าคางทั้งสองข้าง เหมือนเด็กๆ) ‘ผมไม่เล่นแล้วววว’ ผมต้องบอกว่า เปาโล ลุกขึ้น
เรากำลังตาม 2-4 ลุกขึ้น ลงไปในสนาม เปาโล ลุกขึ้นเร็วๆ เข้า”
“บอลยังเล่นอยู่ในสนามเลย ตอนที่เขานั่ง แล้วพวกเขา(แบรดฟอรด)ก็ได้บอลทะลุขึ้นไปที่
ดีน ซอนเดอร์ส ขณะที่เขายังนั่งอยู่บนพื้นนั่น แต่ดันยิงพลาดในจังหวะเหน่งๆ สกอร์เลยไม่เป็น 5-2″
“นัดนี้ (สตีเฟน บิวาเตอร์ Stephen Bywater) ลงมาเฝ้าเสา ลงแทนที่ (ชาก้า ฮิสลอป Shaka Hislop) ในนาทีที่ 2
ภายใน 5 นาที นั้นพวกเขามีโอกาสยิง 4 หน แต่มันติดแข้งติดขาเขาพอดี”
“แฟนๆ ก็เลยเริ่มร้องเพลง เปาโล ดิ คานิโอ โอ้!ปรากฏว่าเขากระโดดลุกขึ้นเว้ย”
“เขาลงไปได้บอล ผมสาบานเลย เขาพาบอลแหวกคู่แข่ง 4 คน แล้วเราก็มาได้ประตู
เรากลับสู่เกม จากนั้น อีก 2 นาทีต่อมา ทะลุไปอีกครั้ง ตูมเราได้ประตูเสมอ 4-4″
“อีก 2 นาทีจะหมดเวลา เรามาได้จุดโทษ Frank Lampard ไปหยิบบอลขึ้นมา

Paolo เข้าไปจะแย่งมายิงเอง พวกเขาแย่งบอลกันไปมา เปาโลมันไม่ยอมปล่อยบอลเลยนะ สุดท้ายแฟรงค์ก็ยอม ดึงกันไปมาอยู่เป็นนาทีได้ เปาโลเอาบอลไปตั้ง แฟรงค์ก็แบบ เออ ยอมก็ได้วะ” ขอบคุณสำหรับข่าวกีฬามัน ๆ Ambbet ขอบคุณครับ
“เปาโล วางบอลลง ถอยกลับมา วิ่งเข้าไปยิง ผู้รักษาประตูก็พุ่งสุดเหยียดเลยนะ
เกือบจะไปถึงเสา แต่เปาโลชิพบอลลูกนั้นลอยโด่งอย่างนานแล้วมันก็ค่อยๆตกเข้าไปในตาข่าย
โกล์ก็นอนเหยียดยาวไปกับพื้นเลย เหลือเชือจริงๆ”
” Pierce ในห้องแต่งตัววันนั้น Stuart Pearce บอกว่า ผมจะด่ามัน
อย่าให้ผมได้อยู่ใกล้มันเป็นอันขาดนะ ผมเล่นมันแน่ เราต้องกันไม่ให้สองคนนี้อยู่ใกล้กัน”
เกมนั้น เวสต์แฮม พลิกมาชนะจริงๆ 5-4 แต่เรื่องเล่าของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ไม่ตรงกับความจริง
เพราะจุดโทษที่ ดิคานิโอ ไปแย่งบอลจาก แลมพาร์ด มายิงเองไม่ใช่ประตูชัยท้ายเกม แต่เป็นประตูไล่มา 3-4 ในนาทีที่ 65 และ ดิคานิโอ ไม่ได้ชิพข้ามตัวผู้รักษาประตู ทว่าเป็นการยิงเสียบโคนเสาเข้าไป
จากนั้น โจ โคล ยิงตีเสมอ 4-4 ในอีก 5 นาทีต่อมา
ขณะที่การโชว์สกิลของ ดิคานิโอ เกิดขึ้นในจังหวะประตูชัยนาทีที่ 83 เขาได้บอลในจังหวะสวนกลับแล้วกระชากบอลเข้าเขตโทษ ล็อกไปล็อกมาก่อนไหลให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงด้วยซ้ายเข้าไปจากแถวเส้น 18 หลา
เปาโล ดิคานิโอ ทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ ทั้งการงอนไม่อยากเล่นต่อเพราะการตัดสินไม่ได้ดั่งใจ ทั้งการเข้าไปแย่งยิงจุดโทษจากรุ่นน้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ฝีเท้าของเขาในเกมนี้ที่จ่าแกเล่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริงเลย
แฟนบอลอังกฤษมักบอกเสมอเวลา แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เล่าอะไรให้ฟัง พวกเขาบอกว่า
อย่าให้ความจริงมาลดทอนความสนุกในเรื่องเล่าของแฮร์รี่
ส่วนคนที่รู้เรื่องจริงๆ อยู่แล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่า ชอบเวอร์ชั่นของแฮร์รี่ มากกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเสียอีก