ambbet641.com

Emile Hojbjerg

Emile Hojbjerg

เมื่อตอนที่ Pierre Emile Hojbjerg อายุ 18 ชีวิตของเขามีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
เขาได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมสำรองของ บาเยิร์น มิวนิค แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้ยินรับข่าวจากคุณหมอ
ว่าพ่อบังเกิดเกล้าของเขานั้นป่วยเป็นมะเร็งกระเพราะอาหาร ซึ่งในตอนนั้นได้รับคำวินิจฉัยว่าอาจอยู่ได้อีกแค่ 
สัปดาห์เท่านั้น
Hojbjerg ที่กำลังไต่เต้าในทีมสำรองของ บาเยิร์น เจอทางแยกสำคัญในชีวิต เขาครุ่นคิดถึงการยกเลิกสัญญากับเสือใต้
เพื่อต้องการกลับไปอยู่บ้านที่เดนมาร์กเพื่อดูแลพ่อในวาระสุดท้ายของชีวิต

“ผมรู้สึกหัวใจสลาย” Hojbjerg เล่า
“ตอนผมกลับไปที่สโมสร อูลี่ เฮอเนส มารอรับผมและพยายามช่วยเหลือผมในทันที”
เฮอเนส ติดต่อแพทย์ที่ฝีมือดีที่สุดที่เขารู้จักและรีบให้ Hojbjerg พาพ่อมารักษาตัวที่เยอรมนี พร้อมกับออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ให้อีกด้วย โดย เฮอเนส บอกกับ Hojbjerg แค่สั้น ๆ ว่า เพราะเราคือครอบครัวบาวาเรีย

“เขาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา” เฮอเนส เผย” หากเกิดอะไรขึ้นกับผู้เล่น บาเยิร์น เราจำเป็นต้องช่วยเหลือพวกเขา
เราเข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่าเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ดังนั้นเราจึงต้องเข้าไปแทรกแซง เรามีความรับผิดชอบที่จะทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นอายุน้อยของเราสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ พวกเขามาที่มิวนิคไม่ใช่แค่เพียงในฐานะนักฟุตบอล แต่มาในฐานะมนุษย์
หากพวกเขาต้องการความช่วยเหลือหรือพวกเขาเศร้า มันคือความรับผิดชอบของเราที่จะต้องดูแลพวกเขาอย่างถึงที่สุด”

Hojbjerg ต้องการให้พ่อภูมิใจในตัวเขาและต้องการตอบแทนบุญคุณอันใหญ่หลวงครั้งนี้ของสโมสร
เขาจึงทำงานในสนามซ้อมอย่างหนักหน่วงจนสามารถเบียดขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จตอนเดือนเมษายนปี 
2014 
โดยได้ประเดิมสนามด้วยการลงเป็นตัวสำรองแทนที่ของ เซอร์ดาน ชากิรี่ ในเกมที่พบกับ เนิร์นแบร์ก
มันคือช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของครอบครัว Hojbjerg อย่างแท้จริง 
แต่ความสุขอยู่กับเขาแค่ไม่นาน
วันต่อมา พ่อของเขาต่อสู้กับโรคร้ายนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ครอบครัว Hojbjerg สูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ
มันเป็นก้าวสำคัญในชีวิต ก้าวที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา
ปีหลังจากวันนั้น อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ไม่มีเบื่อที่ Ambbet ขอบคุณครับ
Pierre Emile Hojbjerg กลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน เขาคือ ในกำลังสำคัญของทีมชาติเดนมาร์กและพาทีมผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูโร 2020 ได้อีกด้วย
หลังจากจบเกมที่บดเอาชนะสาธารณรัฐเช็กได้เมื่อคืนนี้ เราได้เห็นเขานั่งลงบนพื้นสนามและร้องไห้ มันคือการเดินทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวพลิกผันมากมาย
มันคือของขวัญที่ทุกคนมอบให้กับ คริสเตียน เอริคเซ่น และมันยังเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ Hojbjerg 
บรรจงมอบให้แก่พ่อบังเกิดเกล้าของเขาซึ่งกำลังเฝ้ามองความสำเร็จนี้อยู่บนท้องฟ้าอีกด้วย