ambbet641.com

European Championship

European Championship

เล่นสนุกลุกนั่งสบาย ความได้เปรียบของเจ้าภาพ ยูโร 2020 คือการฉลอง ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการ European Championship 
ที่มี 11 เจ้าภาพร่วม ด้านหนึ่งคือความสวยงามของชีวิตที่ฝ่าฟันอุปสรรคใหญ่ที่สุด ไวรัสโคโรน่า
แต่แทบทุกเรื่องในชีวิตมีมากกว่า 1 มุม หรือด้านที่สวยงาม 
คริส กันเทอร์ กองหลังเวลส์บอกว่า การแข่งขันยูโร 2020 คือเรื่องไร้สาระ 
เวลส์เดินทางมากกว่า 5,382 ไมล์ เพื่อเล่นที่บากูและโรม ขณะที่เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ได้เล่นบ้าน

“ทุกชาติมีแฟนติดตามไปทุกหนทุกแห่ง นอกจาก 350 คนที่ฝืนกฎของรัฐบาล
และจ่ายเงินจนหมดเนื้อหมดตัว เราและคุณสมควรได้อะไรดีกว่าการแข่งขันที่จัดแบบไร้สาระแบบนี้ แต่ชีวิตใครบ้างที่ยุติธรรม” กันเทอร์เขียนใน ไอจี ของตัวเอง ก่อนการเดินทางครั้งสุดท้ายของทีมมังกรแดงเวลส์ในยูโร 2020 ที่อัมสเตอร์ดัม 

ทุกชาติมีระเบียบป้องกันไวรัสโคโรน่าของตัวเอง รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มีกฏกักตัวสำหรับชาวเวลส์ แต่ชาวเดนมาร์กเข้าเนเธอร์แลนด์ได้ คริส กันเทอร์จึงบอกว่า เรื่องนี้ไม่ยุติธรรม ในโยฮัน ครอยฟ์ แอรีน่า มีแฟนบอลเดนส์มากกว่าเวลส์หลายเท่าตัว จากจำนวนผู้ชมทั้งสิ้น 14,645 คน 
จำนวนผู้ชมแต่ละแม็ทช์ของยูโร 2020 
ปุสกัส แอรีน่าคือสนามที่มีผู้ชมสูงสุด จนถึงเวลานี้ เพราะมาตรการของฮังการี นัดละ 50,000 คนขึ้นไป 
เล่นในบ้านและแฟนบอลเจ้าถิ่น คือข้อได้เปรียบของฟุตบอล รัฐบาลอังกฤษเพิ่มจำนวนผู้ชมในเวมบลี่ย์สำหรับเกม อังกฤษ-เยอรมัน
คืนอังคารนี้ จาก
20,000 กว่าคนเป็น 40,000 คน 

โรบิน โกเซนส์ นักเตะเยอรมันกล่าวว่า เป็นแนวคิดที่ไม่เหมาะสม เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในอังกฤษกลับมารุนแรง จนรัฐบาลอังกฤษเลื่อนการผ่อนปรนความเข้มงวดของการล็อค ดาวน์ 
เยอรมนีเข้มงวดกับอังกฤษตั้งแต่มีไวรัสกลายพันธุ์ จนเกมสโมสรหลายเกม ระหว่างทีม 2 ชาติ ไม่สามารถแข่งในเยอรมนีได้ 

“ผมคิดว่า ประเด็นสำคัญคือผู้ชม 40,000 คน ไม่เวมบลี่ย์ ไม่ปลอดภัยสำหรับนักเตะ” วิง แบ๊ค ชาวเยอรมันกล่าว “เราในวงรอบกีฬาและกักตัว ไม่ดีเลยหากคุณเห็นภาพแบบนั้นในสนาม” 
นอกจากจำนวนแฟนบอลที่เพิ่มขึ้น เยอรมนีจะมีกองเชียร์ในเวมบลี่ย์แค่ 2,000 คน ซึ่งเป็นขาวเยอรมันที่พักนักในเครือจักรภพ

“นั่นคือแรงกระตุ้นสำหรับเรา เวลาคนในสนามอยู่ฝั่งตรงข้ามคุณ คุณสามารถหุบปากพวกเขาได้ เราจะทำทุกอย่างที่จะทำให้คนอังกฤษต้องเงียบที่สุดในสนามของตัวเอง” 
เนื่องจากทัวร์มาเมนต์ไม่ได้จัดแค่ 1 หรือ 2 ประเทศ แต่กระจายถึง 11 ประเทศ ทั้ง 24 ทีมต้องวางแผนปักหลักและเดินทางให้ดี สโลวาเกียเลือกไปอยู่เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย สวิสเลือกไปอยู่โรม อิตาลี และเวลส์ไปอยู่บากู อาเซอร์ไบจัน 
ในบรรดาทั้ง 24 ทีม อังกฤษเดินทางน้อยที่สุด รอบแรก 3 นัดเล่นที่เวมบลี่ย์ ลอนดอน จะเรียกว่า 0 ไมล์ก็ได้ เพราะอยู่ประเทศตัวเอง
และเบอร์ตัน ออน เทร็นต์ ที่ตั้งของศูนย์เซนต์ จอร์ช อยู่เวสต์ มิดแลนด์ ไม่ไกลจากลอนดอนมาก
 
หากเข้ารอบคอวเตอร์-ไฟนั่ลส์ได้ อังกฤษถึงจะออกนอกบ้านเป็นครั้งแรก โดยจะเล่นที่สนามโอลิมปิก โรม จากนั้นการแข่งขันกลับมาปักหลักที่เวมบลี่ย์ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
เยอรมันอยู่ในประเทศตลอด 3 เกมแรกเหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกนัด มีแพ้ ชนะ เสมอ
จากนั้นความได้เปรียบในบ้านหมดไป อันนี้เป็นธรรมดาของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์
 

การ ชิงแชมป์ยุโรปเริ่มแบบเล็กเมื่อปี 1960 4 ทีมร่วมแข่งขัน จนกระทั่ง 1980 เพิ่มเป็น ทีม และคงจำนวนในรอบสุดท้ายไว้จนถึงยูโร 1996 เพิ่มเป็น 16 ทีม และจัดแบบนั้นจนกระทั่งถึงยูโร 2016 เพิ่มจำนวนทีมเป็น 24 ทีม ด้วยแนวคิดเพื่อเปิดโอกาสให้ชาติเล็ก ๆ 

เป็นไปตามนั้น เมื่อเพิ่มจำนวนทีม เราได้เห็น อัลแบเนีย ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์เหนือ สโลวาเกีย เวลส์ ฟินแลนด์ และนอร์ธ มาซิโดเนียเข้ารอบสุดท้าย 

ขณะเดียวกัน เพิ่มจำนวนทีม ก็เพิ่มจำนวนแม็ทช์ จาก 31 แม็ทช์เป็น 51 แม็ทช์ เรื่องนี้ ทีมเชฟเยอรมัน โยฮัคคิม เลิฟไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก 

การเพิ่มจำนวนทีมไม่ใช่แค่เพิ่มเกม แต่นั่นคือที่มาของรายได้ ยูฟ่าเปิดเผยหลังยูโร 2016 ว่า รายได้ของการแข่งขันฟุตบอล European Championship 2016 เพิ่มจาก ยูโร 2012 ถึง 34 % หรือเท่ากับรายได้ทั้งหมดเป็น 1.93 พันล้านยูโร 

รอยเตอร์อ้างว่า รายได้ส่วนใหญ่มากจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอด 1.05 พันล้านยุโร ค่าสปอนเซอร์ 480 ล้านยูโร ค่าตั๋วและค่าห้องรับรองต่างๆ 400 ล้านยูโร 

นับทุกนัดที่เกี่ยวกับฟุตบอล European Championship ตั้งแต่ 1960 จนถึงรอบคัดเลือกยูโร 2020 เจ้าถิ่นยิงได้ 1.ประตูต่อนัด และทีมเยือนยิงได้ 1.ประตูต่อนัด เจ้าถิ่นชนะประมาณ 50 % และทีมเยือนชนะ 31 % 
อย่างไรก็ตาม สถิติความได้เปรียบของเจ้าบ้านลดลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันความแตกต่าง ระหว่างเจ้าบ้านและทีมเยือนเหลือไม่ถึง ประตู 
ด้วยระบบของ 11 เจ้าภาพ อิตาลี เดนมาร์ก รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ สก๊อตแลนด์ สเปน ฮังการีและเยอรมัน ได้เล่นในสนามของตัวเอง 2นัดแล้วแต่ทีม ส่วนบากูไม่มีเจ้าบ้านลงสนาม และอังกฤษได้เล่นในสนามตัวเองมากที่สุด นับถึงตอนนี้คือ เกม 

ใช่ว่าทีมใหญ่ทุกทีมจะได้สิทธิ์นี้ ฝรั่งเศสกับโปรตุเกสเป็นต้น พวกเขาเล่นในสนามคนอื่นเหมือนฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ปกติ
เพราะทุกทัวร์นาเมนต์ เจ้าภาพจัดโปรกแกรมให้ตัวเองสะดวกที่สุด ปักหลักอยู่สนามเดียว แต่คู่แข่งขันเดินทางให้จ้าละหวั่น
ถึงตอนนี้ สวิสเดินทางมากสุด คือ 7,245 ไมล์ ถ้านับระยะทางจากสวิสไปสนามต่างๆที่พวกเขาลงเล่น ที่บากู นัดและโรม นัด รอบ 16 ทีมกับฝรั่งเศสคืนนี้ไปบูดาเปสต์ 
อิตาลีเดินทาง 898 ไมล์ ระหว่างคอร์แวร์ซาโน่ไปโรมใน นัดของรอบแรก และรอบ 16 ทีมมาเวมบลี่ย์ รอบควอเตอร์ฯกับเบลเยี่ยมไปมิวนิค 
เยอรมนีเดินทาง 572 ไมล์ นัดในรอบแรกที่มิวนิค จากแฮร์โซเกเนารัคไปนิวมิค ประมาณ 200 กิโลเมตร มาเวมบลี่ย์ถือว่าเดินทางไกลสุด แต่เยอรมนีคงไม่แคร์หากพวกเขาต้องเดินทางไปโรมอีกเพื่อเล่นรอบ ทีม อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ

เดนมาร์กก็เดินทางไม่ไกลมาก 395 ไมล์ จากเกมในบ้านที่พาร์เค่น สเตเดี้ยม และโยฮัน ครอฟฟ์ แอรีน่า ที่เนเธอร์แลนด์
ซึ่งเปรียบเหมือนเล่นในบ้านตัวเอง เพราะเวลส์แทบไม่มีแฟนบอลในสนาม
แต่รอบแปดทีมต้องเดินทางไกลไปบากู อาเซอร์ไบจัน เพื่อเจอเช็ก อันนี้ถือว่าสนามกลางจริงๆ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
จากโคเปนเฮเก้นไปบากูคือ 3,600 กม. และปรากไปบาคูคือ 4,000 กม 

อย่างไรก็ตาม รอบสุดท้ายของทุกทัวร์นาเมนต์ มีเจ้าภาพและความได้เปรียบของเจ้าบ้านแทบทั้งสิ้น การบ่นเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจของคริส กันเทอร์
กองหลังเวลส์ ก็เป็นได้แค่การบ่น ขณะที่โรบิน โกเซนส์ แม้จะบ่น แต่พยายามคิดบวกว่า ถ้าเล่นให้ดี คำว่า ความได้เปรียบของเจ้าบ้านก็ไม่ใช่ปัญหา

สำหรับอังกฤษ หลังจากเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 1966 ที่พวกเขาเป็นแชมป์โลก อังกฤษไม่ได้เป็นเจ้าภาพรายการไหนอีกเลย
จนกระทั่งยูโร 
96 และไม่ได้แชมป์ คราวนี้ไม่สะดวกสบายเหมือน ฟุตบอลโลก 1966 หรือยูโร 96 แต่ถือว่าได้เปรียบทุกชาติ
หากทำไม่ได้อีก ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะช่วยให้อังกฤษประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เสียที

 

ปล. ว่ากันว่า เยอรมันกับอังกฤษยิ้มหวาน เมื่อเนเธอร์แลนด์ตกรอบยูโร 2020 หากผ่านกันและกันไปได้ โอกาสเข้ารอบชิงสูงมาก ไม่เหมือนอีกสายที่ต้องห่ำหั่นกันอย่างดุเดือด