ambbet641.com

Home Nation

Home Nation

ควันหลง…. Home Nation
The Battle of Britain ……
อังกฤษ เตะ สกอตแลนด์ คือฟุตบอลแมตช์แรกของโลกใบนี้ (เกือบ 150ปี)
ตามหลักฐานพงศวดารลูกหนัง ที่ได้บันทึกเอาไว้แล้วฟีฟา รับรอง
เหมือนสี่สมาคมฟุตบอลในสหราชอาณาจักรนั้นคือสี่สมาคมฟุตบอลที่ก่อตั้งมาก่อนองค์กรฟุตบอลอย่างฟีฟายูฟา
อันแสดงใ้ห้เห็นถึงความเก่าแก่ของพวกเขาในการสร้างเกมฟุตบอลให้มวลมนุษยชาติ
 
ส่วนคำว่า  Home Nation ในยูเคนั้นก็เก่าแก่และมีมาก่อนฟุตบอล
ในสหราชอาณาจักรส่วนที่ประกอบกันจากสี่พื้นที่ใหญ่อังกฤษสกอตแลนด์ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์
เวลาแข่งขันอะไรกันเมื่อก่อนก็อยู่ในสี่ดินแดนนี้ ไม่ใช่ทีมชาติ แต่ความรู้สึกของพวกเขาทั้งสี่ดินแดนมันคือ “ชาติ” ก็เป็นแบบนี้มานาน  

ตั้งแต่ คริกเกตรักบี รวมทั้งฟุตบอลตั้งแต่ศตวรรรษที่ 18 
ส่วนคำว่า โฮม เนชั่น ถูกนำมาใช้เพื่อบอกถึงความยิ่งใหญ่ของพวกเขาในยุคดั้งเดิม 
คริกเกตรักบี มีศึกโฮม เนชั่น ระหว่างสี่พื้นที่ในยูเค
ฟุตบอลก็มีแข่งขันกันสี่ทีม จนล้มเลิกไปเมื่อต้นทศวรรตที่ 80 
ดั้งนั้นตัวบรรยากาศอันเข้มข้นของ โฮม เนชัน แทบไม่หลงเหลือในปัจจุบัน
อังกฤษ อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับทีมชาติ แต่พวกเขาก็ถือว่าก้าวหน้ากว่าสกอตแลนด์ ,
ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์  นั่นทำให้การพบกันของสองทีมนี้ ช่วงหลังไม่ “ขลัง”
อังกฤษเตะกับสกอตแลนด์ เตะที่เวมบลีย์ ครั้งล่าสุดในรายการเมเจอร์ ก็ยูโร 96 
ชุดที่มี อลัน เชียเรอร์พอล  แกสคอยน์สตีฟ แมกมานามาน และ แกเรต เซาธ์เกต 
ซึ่งเอาชนะ สกอต ยุคของ โคลิน เฮนดรีแกรี แมคอลิสเตอร์ (พลาดจุดโทษ)กอร์ดอน ดิวรีสจวร์ต แมคคอลล์ สบายๆ เหนือกว่าตามฟอร์ม 
อังกฤษชนะ 2….
จากนั้นอีกสองปีสกอตแลนด์ไปเตะบอลโลก 1998
แล้วเราก็ไม่ได้เห็นขุนพล ตาร์ตัน ในฟุตบอลเมเจอร์ อีกเลยจนกระทั่งยูโร 2020 ครั้งนี้
เช่นกันครับ อังกฤษเตะสกอตแลนด์ สำหรับคนไทยอาจไม่คึกคักน่าสนใจ
แต่ที่ Ukraine มันยังคงความขลังในเรื่องนี้อยู่ ในความรู้สึกของ คนอังกฤษ และสกอตที่มีประวัติศาสตร์ ฟาดฟันกันทั้งในและนอกสนามมานาน ใครดูเรื่อง “เบรฟฮาร์ต” คงนึกภาพออก หรือใครศึกษา ประวัติศาสตร์ ของสหราชอาณาจักรคงเข้าใจ มันได้ถ่ายทอดมาที่ฟุตบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
ยิ่ง 25 ปีที่โคจรกลับมา เจอกันครั้งหนึ่ง ในเกมใหญ่ สื่อและแฟนบอลต่างสร้างบรรยากาศเก่า ๆ ให้กลับคืนมา ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ขนาดให้ตั๋ว 3,000 ใบ พวกกองเชียร์สกอตยังลงมาจากไฮแลนด์กว่า 20,000 คน เหมือนยกทัพมาตีลอนดอน ยังไงยังงั้น  ใส่กระโปรงลายตาร์ตั้นตามต้นตระกูล แม็กของตัวเองทั้งหลาย.. ร้องทำทำเพลง ปี่สกอต ยังสนุกสนาน
แน่นอน…คู่นี้ไม่มีใครอยากแพ้ใครในเรื่องของศักดิ์ศรี แม้อังกฤษดูดีกว่าในเรื่องของทีมฟุตบอลก็ตาม…
แล้วฟุตบอลที่จบลงไปละครับ
เซาธ์เกต เปลียนฟูลแบ๊ก
รีส เจมส์ และ ลุค ชอว์ ลงมาแทน วอล์ คเกอร์ และ ทริพเพียร์ ก็ชัดเจนทั้งเรื่องสภาพทีมและแทกติกที่ต้องใช้ เจมส์ เอามาปิดพื้นที่การขึ้นบอลของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน โดยมี ฟิล โฟเดน ช่วยงานด้านขวา ชอว์ แบ๊กซ้ายธรรมชาติ ที่เซาธ์เกต โดนสื่ออังกฤษวิจารณ์นัดแรกที่ใช้ ทริพเพียร์ เขาให้เหตุผลว่าต้องการแบ๊กประสบการณ์สูง เล่นกับ โครเอเชีย
ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ชุดเดิม ข้างหน้าก็ยังเป็น เคนราฮีมโฟเดน เม้านต์ 
คู่กลาง ฟิลิปส์ กับ ไรส์ …..
สกอตแลนด์ของ คลาร์ก 
ได้ คีแรน เทียร์นีย์ ลงมาเล่นเซนเตอร์ ปรับ แมคโทมิเนย์ มายืนเซนเตอร์ด้านขวา
มีสกอต แฮนลีย์ คุมเกมรับทั้งหมด วิงแบก โอ ดอนเนลล์ และ รอบโบ
ส่วนแดนกลางส่ง บิล กิลมอร์ ดาวรุ่งจากเชลซีลงมา เพื่อเล่นกับ เมานต์ โดยเฉพาะ
ทำให้ สจวร์ต อาร์มสตรอง สำรอง  โดย กิลมอร์  เล่นกับ แมกกินน์ ของวิลล่า
และ แมกเกรเกอร์ จากเซลติก ส่วนหน้าคู่ เช อดัมส์  กับ ลินดอน ไดค์ จาก คิวพีอาร์
กองหน้าระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
เคน และทีมรุก “ฝืด” 
สิ่งที่เห็นแนวรุกชุดนี้คือ การประสานงานที่ไม่ประสานงาน แม้ เคน ถอนต่ำลงมาเล่นเกมเพเพื่อให้ เม้านต์ และ ราฮีม หรือ โฟเดน เติมขึ้นไปแทน แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร
เหมือนสภาพร่างกาย เคน ไม่สดเหมือนก่อน นันก็ส่วนหนึ่ง แต่การประสานงานระหว่างแนวรุกแทบไม่เห็น เหมือนใช้ความสามารถเฉพาะตัว
ในการเจาะเกมรับสกอต ที่รับลึก 
ภาษาโค้ชคือการเล่นร่วมกันหรือ  combination play ไม่มีให้เห็น
สุดท้ายต้องเปลี่ยน แจ๊ค กรีลิช ลงมาแทน โฟเดน และ แรชฟอร์ด แทน เคน ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมายนัก 
ส่วนเกมรุกด้านข้างของอังกฤษจากแบ๊กและตัวทำสองฝั่ง ราฮีม และ โฟเดน ก็กดดันได้บ้างแต่ไม่มากมายอะไร 
เพราะ สกอตเน้นรับเป็นหลักเกมนี้  ทำให้พื้นที่ไม่มีให้เล่นเยอะ แต้มที่ได้ของวิสกี

Steve Clark

ดูจากแผนของ สตีฟ คลาร์ก โค้ชใหญ่ ชัดเจนรับในแดนไว้ก่อน เล่นไม่พลาด
รัดกุม มีวินัย ไม่เปิดพื้นที่ให้อังกฤษมากนัก จากน้ันค่อยคิดเกมสวนกลับ 
ซึ่งก็พอทำได้ แต่ไม่ค่อยเติมกัน ทิ้ง เช อดัมส์ กับ ไดค์ เท่านั้น 
ทำให้หลายครั้งพอโต้ขึ้นมา “ตัวน้อย” กว่า และโดนรุมแย่งเสียบอล 
สิ่งที่สกอตทำได้คือ “ลูกตั้งเตะ” พอกดดันจากเตะมุมได้บ้าง
โอกาสดีสุดคือ โอ ดอนเนลล์ วอลเลย์ ในเขต แต่ พิคฟอร์ด ปัดออกไปได้
ดังนั้นผลที่ออกมาก็เป็นไปตามความตั้งใจของ คลาร์ก ขอแต้มเดียวเอาไว้ก่อน
ถ้าหากไม่สามารถพลิกสถานการณ์ชนะได้
นัดสุดท้ายของกลุ่ม อังกฤษเตะกับเชก  ส่วนสกอตแลนด์เตะกับโครเอเชีย
อังกฤษมีสี่แต้ม…โอกาสเข้ารอบน้อคเอาต์ ก็คงไม่ยากลำบากอะไร
ส่วนสกอตแลนด์ ต้องชนะ โครเอเชียให้ได้เกมสุดท้าย
ถ้าถามว่าผลเสมอที่จบลงแฟนบอลอังกฤษคงไม่พอใจแน่ๆ
แฟนวิสกีคงแตกต่างและดีใจที่ไม่แพ้แถมได้แต้มจากอังกฤษ 
มันทำให้โอกาสของพวกเขายังมีอยู่ อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ
ส่วนอังกฤษ ถามว่าสองเกมที่ผ่านมาดูฝืดๆ ในเกมรุก เล่นไม่หวือหวาเท่าที่ควร
เกมรับยังโดนทดสอบไม่มากเพราะคู่แข่งสองแมตช์ ทังโครแอตและสกอต “ไม่บุก”
แต่ที่ทดสอบไปแล้วคือเกมรุกนี่แหละ ยังไม่ลงล้อค เล่นเหมือนไม่เข้าขากันสักเท่าไหร่
ถ้าไม่คิดมาก รอบแรก มันเหมือน “ซ้อม” 
คิดแง่บวก…ไม่ต้องไปเล่นโชว์ฟอร์มดีมาก เอาเข้ารอบ จากนั้นไปปล่อยของรอบน้อคเอาต์
ข้อนี้แฟนๆที่คิดแง่ลบจะบอกว่า “ของ” ที่ว่านั้นคืออะไร มีให้ปล่อยหรือครับ
อันนี้เอาแบบไม่บวกและลบ คือว่า “ของ” จะมีหรือไม่นั้น รอบต่อไปมันพิสูจน์เองครับ
เพียงแต่ความมั่นใจในการเล่นเกมรุกของอังกฤษสองนัดที่ผ่านไปน่าจะหายไปบ้าง
ถ้าให้เทียบกับชุดยูโร 96 ชุดนั้นเล่นแล้วมีอนาคตขึ้นเรื่อยๆในแต่ละนัด
แกเรต เซาธ์เกต ก็อยู่ชุดนั้น น่าจะพอทราบว่า ตอนเล่นชุดนั้นและคุมชุดนี้
วี่แววมันเป็นอย่างไร
เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ เท่าที่เห็นสองเกมแรก…
สิงโต ยังไม่ “คำราม” ครับ ควันหลง ระหว่างเกม อังกฤษ เตะ กับสกอตแลนด์ เป็นไงกันบ้าง