ambbet641.com

Paul Scholes

Paul Scholes

ตลอดเส้นทางการเล่นฟุตบอลอาชีพ , Paul Scholes ได้แชมป์ UEFA Champions League มาครอง 2 สมัย (1999 , 2008)
แต่ในความรู้สึกส่วนตัว ของ Paul Scholes เขายอมรับว่า
ครั้งแรกที่ได้รับมาในปี 1999 เขาไม่ได้มีความรู้สึกว่ามีส่วนสำคัญอะไรเลย
นั่นเพราะเกมนัดชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1999 เขาไม่ได้ลงเล่น
เพราะติดโทษแบน ซึ่งต่างจาก นัดชิงฯปี 2008 ที่เขาได้เล่น
โดยเฉพาะกับ ลูกยิงประตูสุดสวย ในเกมรอบรองชนะเลิศ กลายเป็นประตูชัยประตูเดียว เหนือ Barcelona ที่ส่งให้ แมนฯยูฯ ได้ไปเล่นนัดชิงฯ ที่ มอสโกว์ เกิดขึ้นจากปลายสตั๊ด ของ Paul Scholes
ย้อนเวลากลับไป ช่วงกลางฤดูกาล 2005-2006 , Roy Keane กัปตันทีม ต้องเก็บข้าวของ ย้ายออกไป
เพราะประเด็นการวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมออกสื่อ (แต่ เทปนั้นถูกระงับไว้ทัน)
ตอนนั้น Sir Chapman Ferguson ต้องทำการควานหาตัวแทน ของ Roy Keane อยู่นาน โดยมีการนำเอาทั้ง อลัน สมิธ มาตัดแต่งพันธุกรรม , จอห์ โอเชีย นักเตะสารพัดประโยชน์ , หุบ ไรอัน กิ๊กส์ ที่อายุมากขึ้น เข้ามาลอง , เอา ดาร์เรน เฟล็ดทเชอร์ ที่ยังหนุ่มแน่น มาทดแทน
โดยที่หาก แฟนผี จำกันได้ ช่วงครึ่งหลัง ของ ฤดูกาล 2005-2006 , แมนฯยูฯ ยังต้องขาด Scholes ที่มีปัญหา
เรื่องดวงตา จนต้องรักษาและหายไปจากการลงสนาม ตั้งแต่วันสิ้นปี 2005 กว่าจะกลับมาได้
ก็คือเกมปิดฤดูกาล ในเดือนพฤษภาคม 2006 ที่เอาชนะ ชาร์ลตัน 4-0 ประตู
Scholes เวลานั้น อายุย่าง 32 ปี นอกจากปัญหาสายตาที่ลดทอนประสิทธิภาพการเล่น
ยังมีเรื่องอายุที่มากขึ้น กับ พละกำลังที่ไม่สดเหมือนยังหนุ่ม
แต่ฤดูกาล 2006-2007 , Scholes กลับมาเป็น Scholes ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง
แถมดูจะอัพเกรดวิสัยทัศน์ การเล่นให้กวว้างมากขึ้น พร้อมกับการเข้ามา ของ Michael Carrick ที่แม้สไตล์การเล่นจะต่างจาก รอย คีน แต่มันกลายเป็น ส่วนผสมที่ลงตัว ส่งให้ Scholes เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บนวัยเลขสามนำหน้า
ฤดูกาล 2006-2007 จบลงด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แพ้ให้ Chelsea ในนัดชิงชนะเลิศ FA Cup ทว่าสิ่งสำคัญกว่านั้น ที่ Sir Chapman Ferguson มองเห็น คือ รากฐานแดนกลาง หลังการจากไปของ รอย คีน กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งแล้ว
ฤดูกาล 2007-2008 , เฟอร์กี้ เติมความกระชุ่มกระชวย เข้าสู่ทีม ด้วยการถอยผู้เล่นใหม่อย่าง Owen Hargreaves , Carlos Tevez , Luís nani และ Anderson เข้ามา
เป็นซีซั่นที่น่าตื่นเต้น แต่ก็แปลกสำหรับ Scholes เพราะประตูตีเสมอสุดสวยที่เขายิงใส่ Portsmouth
วันที่ 15 สิงหาคม 2007 กลายเป็นประตูเดียวในเกมลีก ที่เขาทำได้ตลอดฤดูกาลดังกล่าว
แต่มันเป็นฤดูกาลที่ Scholes ขยับบทบาทจาก Box to Box มาเล่นเป็น เพลเมกเกอร์ตัวต่ำ หรือ Deep lying playmaker อย่างเต็มตัว
ฤดูกาล 2007-2008 , Scholes ลงเล่นไปร่วม 34 เกม (ทุกรายการ) และทำประตูได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น
ทว่า 1 จาก 2 ประตูที่เขาทำได้ กลายเป็นประตูสำคัญระดับที่ถูกจารึกไว้ เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน ปี 2008 , 6 วันหลังจากบุกไปเสมอ Barcelona มาได้ ที่ Camp Nou
ด้วยสกอร์ 0-0 ซึ่งเอาเข้าจริง ไม่ได้เป็นผลดีสักเท่าไหร่ กับการไม่ได้ อเวย์ โกล ติดไม้ติดมือ กลับมาเล่นในเลกสอง ณ โรงละครแห่งความฝัน ของตนเอง
ยิ่งยุคสมัยนั้น Barcelona เป็นทีมที่เกมรุกขึ้นชื่อลือชา ว่าเกมหนึ่งต้องมีอย่างน้อยสักประตู
มันก็ยิ่งน่าตื่นเต้นว่า แมนฯยูฯ จะต้านทาน บาร์ซ่า ได้ดีแค่ไหน
ทว่าเพียงแค่ 14 นาทีของเกมครึ่งแรก บอลจากการเคลียร์ไม่ขาด ของ Gianluca Zambrotta หลุดมาเข้าเท้า Scholes ที่สปริ้นต์ ตัวเองขึ้นมา จับบอลหนึ่งจังหวะ แล้วก็ หวดด้วยขวา บอลพุ่งวาบหายเข้าตาข่ายหน้าต่างเสาไกล
มันคือประตูแรกที่เขาทำได้ ในรอบ 8 เดือนกว่า หลังจากประตูสุดท้าย
ที่ทำใส่ Portsmouth เมื่อเดือน August ปีกลาย
มันคือประตูปลดล็อค ที่ทำให้ แมนฯยูฯ ได้เล่นเกมที่ง่ายขึ้น ในตลอดทั้งเกมที่เหลือวันนั้น
ตลอดชีวิตการเล่นฟุตบอลอาชีพ , Scholes ทำประตูในลักษณะแบบนี้ได้หลายครั้ง
ซึ่งบางลูกอาจสวยกว่าลูกยิงใส่ Barcelona แต่ในแง่ของรายละเอียด บริบทการแข่งขัน และ ความสำคัญ ส่งให้ ลูกยิงลูกนี้ สวยที่สุดในชีวิตของ Scholes อ่านข่าวกีฬามันๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ
มันคือการยิงใส่ ทีมที่ว่ากันว่าดีที่สุด (กำลังจะไปสู่จุดนั้น) , ในรอบรองชนะเลิศรายการใหญ่อย่าง Champions League แถมเป็นประตูเดียวจากการแข่งขันทั้งสองเลก
สำคัญที่สุด คือการที่มันเป็นประตู ซึ่งส่งให้ Manchester United เข้าไปคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร มาครอง
และถือเป็นการลบเลือนสิ่งค้างคา ในใจของ Scholes จากการไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมนัดชิงฯ เมื่อเกือบ 10 ปีก่อนอีกด้วย …