ambbet641.com

Pavel Nedved

Pavel Nedved

“Pavel Nedved มักทำประตูใส่ทีมเราได้เสมอ ฉะนั้นทางเดียวที่เราจะแก้ปัญหา ก็คือการซื้อเขามาร่วมทีมมันซะเลย”

ลูชาโน่ มอจจี้ กล่าวถึงเหตุผลสำคัญสูงสุด ที่ทำให้ตัดสินใจ ล่าตัว  Nedved เจ้าของฉายา ‘มิดฟิลด์ไดนาโม’ ตัวเก่งมาจาก สโมสรลาซิโอ เมื่อปี 2001

ณ เวลานั้น , ตัวรุกผม Blonde อายุย่างวัย 30 ปี ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ มามากมายกับเสื้อสีฟ้า

ของ ทีมอินทรีแห่งกรุงโรม ตอนที่ Pavel Nedved ย้ายมาในเวลานั้น , Juventus ร้างราจาก สคูเด็ตโต้ (Serie A) ไปนาน 3 ฤดูกาลเต็ม ๆ

ขณะเดียวกันนั้น ในฤดูกาล 2000 – 2001 ที่ พา Pavel Nedved เล่นกับ Lazio เป็นปีสุดท้าย ก็เป็นตัวเขา นั่นแหละ ที่มีส่วนในการทำให้ Juventus ต้องพลาดแชมป์ลีก 

เพราะการเจอกัน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2001 , เนดเวด กด 2 ประตู ให้ ลาซิโอ เปิดบ้านชนะ ยูเวนตุส ที่กำลังไล่ล่าแชมป์กับ โรม่า ไปด้วยสกอร์ขาด 4-1

แถมหลังจบฤดูกาลดังกล่าว ยูเวนตุส ยังเสีย ซีเนอดีน ซีดาน ไปให้ เรอัล มาดริด อีกต่างหาก มันเลยยิ่งดูเหมือนกับว่า พวกเขาคงต้องรอ สคูเด็ตโต้ นานขึ้นอีกหน่อย

แต่ตอนนั้น Marcello Lippi ก็นำเงินจากการขาย จอมทัพฝรั่งเศส ด้วยราคาสถิติโลก ไปเสริมแกร่งแนวรับ ด้วยการดึง Gianluigi Buffon กับ Thuram เข้ามาจาก ปาร์ม่า 

ทว่าในหลายดีลที่เกิดขึ้นในปีดังกล่าว เรียกได้ว่าไม่มีดีลไหน ที่สร้างผลกระทบในด้านบวกให้กับทีม ได้มากไปกว่า Pavel Nedved

เขามีอิทธิพลกับเกมของทีม ทันทีที่ย้ายเข้ามา เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนเกมรุก

จากตรงกลาง แถมยังเติมเต็มในส่วนที่ ซีเนอดีน ซีดาน ไม่มีมอบให้ นั่นคือ พลังงานในการเล่นที่มหาศาลมากมาย

ความโดดเด่น ของ เนดเวด นอกจากเรื่องสีผลที่แสบตา ยังเป็นการเล่นที่อยู่ในระดับสูง แต่แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆในทีม เหมือนส่วนเติมเต็มที่ขาดหายไปในทีม ยูเวนตุส ตลอด 3 ฤดูกาล ที่ร้างราแชมป์ลีก

ฤดูกาล 2001 – 2002 , เขาทำประตูได้แค่เพียง 4 ลูก ถ้ายึดเอามาตรฐานจากปีสุดท้ายที่เล่นให้ ลาซิโอ เขาทำได้น้อยลงจากเดิม 9 ประตู 

ทว่า 2 จาก 4 ประตู ที่เกิดขึ้นในชุดม้าลาย ซีซั่นแรก มันคือ 2 ประตูที่ส่งผลตัดสินการเป็นแชมป์ ของ ยูเว่ ในซีซั่นนั้น

1 ลูก เกิดขึ้นใน ชัยชนะ เหนือ Hellas Verona 1-0 เกมนัดที่ 27 , กับอีก 1 ลูก เกิดขึ้นในชัยชนะ เหนือ Piacenza 1-0 เกมนัดที่ 32 (นาทีสุดท้าย)

จบฤดูกาลนั้น , ยูเวนตุส กลับมาครองสคูเด็ตโต้ ได้เป็นครั้งแรก ในรอบ 3 ปี โดยมีคะแนนเฉือน โรม่า แชมป์เก่า เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น

เครื่องหมายการค้า หรือจะเรียกว่า ซิคเนเจอร์ ของ Pavel Nedved ที่แฟนบอลเห็นกันจนชินตา และ หลงรัก นั่นคือ การตะบันประตูจากระยะไกล ที่เปี่ยมด้วยพลัง แรง เร็ว แถม คมกริบ ชนิดที่ ผู้รักษาประตู แทบจะมองไม่ทัน

แล้วก็ยังมีเรื่องของการสอดขึ้นมาจากแนวลึก เพื่อทำประตู ที่หลายครั้งก็เหนือการคาดเดาของคู่แข่ง

เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกสอง กับชัยชนะ 3-1 เหนือ Real Madrid ถูกนิยามว่า มันคือเกมที่ Pavel Nedved เอาชนะทุกอย่างในสนามแข่งขัน และ ทำให้พวก ‘กาแลคติกอส – Galacticos ‘ กลายเป็นเด็กน้อย ก่อนจะพา ทัพม้าลาย เข้าชิงชนะเลิศ 

ทว่าสิ่งเดียวที่น่าเสียดาย คือเขาโดนใบเหลืองสะสม จากเกมวันนั้นด้วย จนส่งผลให้เขาไม่สามารถลงเล่นนัดชิงชนะเลิศได้

กับเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งบทสรุปจบลงด้วยชัยชนะ ของ เอซี มิลาน ในการดวลจุดโทษ มีการคาดเดากันเล่นๆ ว่าถ้า ยูเวนตุส มี Pavel Nedved อยู่ในสนาม เกมจะจบลงด้วยชัยชนะ ของ ยูเวนตุส ใน 90 นาทีไปเรียบร้อยแล้ว

Pavel Nedved พลาดการเติมเต็มถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สุดท้ายกลายเป็นถ้วยเดียวในหน้าประวัติ ที่เขาไม่เคยคว้ามาครอง ทั้งที่ตอนปลายปี 2003 ชื่อของเขาถูกโหวตให้เป็น นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลก บัลลง ดอร์

เอาจริงๆ ใครจะสน เพราะยอดนักเตะระดับสุดยอดของโลก ตั้งหลายคน ที่ก็ไม่เคยได้ชูถ้วยแชมป์ใบใหญ่ ระดับสโมสร ของ ทวีปยุโรป ใบนี้

สำคัญ เหนืออื่นใด คือ Pavel Nedved อยู่รับใช้ สโมสร Juventus มาอีกยาวนาน 8 ปี นับจากวันแรกที่ย้ายมา

โดยในตอนที่ ยูเวนตุส โดนปรับตกชั้น จาก คดีกัลโช่ โปลี , เขาก็เลือกตัดสินใจที่จะอยู่ช่วยทีมเล่นใน เซเรีย บี ต่อไป ทั้งที่มีหลายทีมเหมือนกัน ที่ติดต่อเข้ามาหา

แถมหลังจากแขวนสตั๊ดในปี 2009 , เขาก็ยังคงรับใช้สโมสร โดยมีบทบาทในคณะกรรมการบริหาร และปัจจุบัน เป็น รองประธานสโมสร บนวัย 49 ปี

เขาเคยถูกถามคำถามให้นิยามการเล่น ของตัวเอง ตอนเป็นนักฟุตบอล ซึ่งคำตอบของเขา

บ่งบอกถึงความเป็น Nedved ได้อย่างเด่นชัดที่สุด …

“การเล่นของผมน่ะหรอ ?

ผมไม่มีท่วงท่าการเล่นสง่างามเหมือน ราอูล , หลุยส์ ฟิโก้ หรือ เดวิด เบ็คแฮม หรอก

สิ่งที่ผมทำก็แค่ วิ่ง และ สู้ อย่างสุดความสามารถในทุกจังหวะเท่านั้น”