ambbet641.com

Peter Schmeichel

Peter Schmeichel

“ขอโทษและให้อภัย” Peter Schmeichel
เกมแดงเดือดเมื่อ 4 มกราคม 1994 มีทั้งคลาสสิกและดราม่าผสมผสานกันอย่างกลมกล่อม
แมนฯยูไนเต็ดบุกไปนำที่แอนฟิลด์ก่อน 30 ด้วยรุปเกมที่เหนือกว่าหลายขบวนเพลง คิดว่าน่าจะเอา 3 แต้มกลับบ้านได้ไม่ยากเลย
อย่างไรก็ดีอีก 45 นาทีที่เหลือ หนังไม่ใช่เรื่องเดิม เปลี่ยนตรงข้ามสุดขั้ว ลิเวอร์พูลกลับมาตีเสมอ 33 อย่างน่าเหลือเชื่อ
จบเกมเรียบร้อย บรรยากาศในห้องแต่งตัวทีมเยือนที่รังหงส์จึงเต็มไปด้วยความมาคุอย่างยิ่ง
ราวกับว่ามีรังสีอำมหิตแผ่ปกคลุม ส่งสัญญาณจะเกิดเหตุการณ์ร้ายในไม่ช้า
เซอร์ อเล็กว์ เฟอร์กูสัน เดินเข้ามาและปิดประตูทันที ก่อนบันดาลโทสะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตวาดเสียงดังลั่น ด่ากราดรายบุคคล
หลังจากเขวี้ยงแก้วชาลงพื้นดังเพล้งใหญ่ จึงหันไปที่ Peter Schmeichel
ในฐานะปราการด่านสุดท้าย การเสีย 3 ประตูรวดเดียวอย่างนี้ จึงย่อมตกเป็นเป้าใหญ่ธรรมดา
ป๋าสวดผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์กแบบไม่ไว้หน้าอะไรทั้งสิ้น จี้ไปยังการเตะบอลยาวออกมาจากแดนตัวเอง
ที่ทำให้จังหวะที่ควรเล่นรุกโต้กลับได้เสียเปรียบอยู่ตลอดเวลา
ตอนนั้น Schmeichel ก้มหน้านั่งฟังเรื่อยๆ ข้างในอึดอัดอยากจะตอบโต้ แต่คิดว่าเดี๋ยวเจ้านายคงเปลี่ยนโฟกัสไปโวยคนอื่นบ้าง
10 นาทีผ่านที่ยาวนานเหมือน 10 ปี เขายังคงโดนด่าแต่เรื่องเดิมๆ
ทั้งที่ครึ่งหลังทำงานหนักไม่น้อยไปกว่าใคร เพราะลิเวอร์พูลปูพรมถล่มแบบไม่ให้หายใจหายคอ ช่วยเซฟได้หลายหน แต่กลับโดนมองข้าม
สุดท้ายทำนบแห่งความอดทนก็พังครืนลงมา เขาตอบโต้เจ้านาย ด่ากราดเอาคืนขึ้นเสียงเถียงไม่หยุด เล่นเอาเพื่อนร่วมทีมงงไปตามๆกัน
จากนั้นก็เดินออกจากห้อง ป๋ายั๊วะสุดขีดทำท่าจะเขวี้ยงถ้วยชาใส่ แต่ยั้งใจได้อัดไปที่พื้นห้องแทน
บรรยากาศในรถโค้ชที่เดินทางกลับแมนเชสเตอร์แย่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
มันเงียบกริบราวกับว่ามีเพียงแค่โชเฟอร์กำลังทำหน้าที่อยู่คนเดียว
พอถึงบ้านเรียบร้อย Schmeichel โทรหา รูเน่ เฮาเก้ เอเยนต์ส่วนตัว
บอกถึงความตั้งใจว่าอยากย้ายทีม เพราะมีปัญหากับบอส จนได้รับการปลอบประโลมว่าใจเย็นๆหน่อย เดี๋ยวน่าจะดีขึ้น

peter schmeichel ปี เตอร์ ชไม เคิ่ ล

คืนนั้น Schmeichel เริ่มผ่อนคลายลง แต่เขาแทบนอนไม่หลับเลย กังวลกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
รู้สึกว่าไม่ควรจะตอบโต้แบบนั้น แค่ทำหูทวนลมก้มหน้าเข้าไว้ ทุกอย่างคงจบลงด้วยดี
วันรุ่งขึ้นที่สนามซ้อมทุกคนมากันตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยกเว้น ป๋าที่ไร้เงาล่องหน
ซึ่งผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะมาออฟฟิศทุกวันแทบไม่เคยขาด
Schmeichel เครียดมากกว่าเดิม รู้ดีว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมลงไป จึงตัดสินใจจะรับผิดชอบในการกระทำครั้งนี้
อีกวันถัดมาหลังจากซ้อมเสร็จเรียบร้อย เขาเดินไปเคาะห้องเจ้านาย เพื่อขอเคลียร์ใจด้วย
Schmeichel กล่าวขอโทษยอมรับในความผิดพลาด แต่เรื่องไม่จบง่ายๆแน่
“ฉันไม่มีทางเลือกนะ ต้องไล่นายออกเท่านั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย” ป๋าเปิดฉากก่อน
“แล้วจะให้ผมไปเมื่อไร?” Schmeichel ถามกลับมา
“ฉันยังไม่รู้หรอก แต่ในความเป็นมืออาชีพ นายยังต้องลงเล่นเกมวันเสาร์นี้ก่อนและอีกประเด็นคือ
ฉันจะไม่อาจปล่อยให้ลูกทีมคนไหนมาขึ้นเสียงอย่างนี้ นายต้องเข้าใจด้วย”
“คำขอโทษของนายฉันรับไว้ แต่นายต้องไปอยู่ดี” นั่นคือบทสรุปจากป๋า
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ทุกอย่างกระจ่างและเข้าใจกันทั้งทีม แบบไม่ต้องหมกเม็ด เฟอร์กี้ จึงเรียกนักเตะทุกคนเข้าห้องประชุม
บอสเน้นย้ำสองแต้มที่หายไปกระทบกระเทือนต่อการป้องกันแชมป์ไม่น้อย ทุกคนจำต้องกระหายเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จต่อไป ห้ามหยุดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นรอความล้มเหลวพุ่งชนได้เลย อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ
พอคุยกับลูกทีมเรียบร้อย ป๋าเดินออกไปก่อนใคร แต่ก่อนที่คนอื่นจะทยอยกันออกตาม
Schmeichel ได้ขอร้องให้อยู่ก่อนสักครู่ เขามีความในใจจะบอก
“ฉันต้องของโทษๆพวกนายทุกคนเลย หลังจบเกมวันนั้นมันคือการกระทำของเด็กอย่างแท้จริง
คำขอโทษครั้งนี้ฉันเป็นคนจัดการเองนะ อยากให้เพื่อนๆเข้าใจ เจ้านายไม่ได้บอกอะไรเลย”
Schmeichel ค่อยๆบรรยายความรู้สึกที่สำนึกออกมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครติดค้างทั้งสิ้น รวมถึงรู้ดีในความมุ่งมั่นทุ่มเทของเขา
แต่ป๋าไม่ได้ออกไปไหนไกล ยืนอยู่ที่หน้าห้องและได้ยินทุกอย่าง
“ฉันยังไม่รู้หรอกวันไหน” นี่คือคำตอบของป๋าเมื่อ Schmeichel ถามว่าต้องไปเมื่อไร
แต่พอจะบอกได้ว่าให้ลืมเหตุการณ์นั้นซะ แล้วมันก็จะผ่านไป ไม่ต้องพูดอะไรกันมาอีก
แค่ขอโทษและให้อภัย รวมทั้งรับฟังซึ่งกันและกัน แล้วมันจะแฮปปี้เอนดิ้งเองนั่นแหล่ะ