ambbet641.com

Player Contract

Player Contract

ความยุ่งยากของลิเวอร์พูลคือการ ต่อสัญญานักเตะ (Player Contract) ตัวหลักก็ต้องทำ การซื้อเพื่อความแข็งแกร่งของทีมก็ต้องซื้อ (ตามเสียงเรียกร้อง)
ทุกความสำเร็จมีราคาของมันเสมอ การเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017/18 เป็นแชมป์ยุโรปกับรองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 คือความหอมหวานสุดยอด ทุกคนปลื้มใจที่ได้เห็นนักเตะของตัวเองเรียงแถวก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลก
ภูมิใจกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, อลีสซง เบ็คเกอร์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่ เดอะค็อปภูมิใจที่สุดกับนักเตะกลุ่มนี้เพราะไม่มีใครอยู่ในสถานะซูเปอร์สตาร์ก่อนย้ายเข้าสู่แอนฟิลด์เลยแม้แต่คนเดียว
การเห็นทีมไม่ซื้อนักเตะตามความดัง ไม่ได้ซื้อคนที่อยู่ในข่ายแข้งสำเร็จรูป ไม่ตื่นเต้นร้อนรนไปกับซูเปอร์สตาร์หรือดาวเตะเวิลด์คลาสทั้งหลาย ยึดมั่นในหลักการและแนวทางของตัวเอง ความภูมิใจเป็นสองเท่าย่อมเกิดเมื่อนักเตะกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาเป็นระดับโลกด้วยกันที่ลิเวอร์พูล
นั่นคือความภูมิใจที่ยิ่งทำให้ความสำเร็จต่างๆ ที่คว้ามาได้ตลอด 34 ปีหลังสุดยิ่งหอมหวาน
มันเกินกว่าคำว่าดีใจในแชมป์ที่ได้ หากมันลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้น เป็นความรู้สึกดื่มด่ำและอบอุ่นในใจ

วิถีใครวิถีมัน วิธีการใครก็วิธีการมัน และลิเวอร์พูลมีวิธีการอย่างนี้ ด้วยข้อจำกัดและนโยบายของสโมสรทำให้แนวทางเป็นอย่างนี้
แต่การสร้างดินสู่ดาว การปั้นนักเตะจากที่ไม่มีใครสนใจนักเป็นนักเตะระดับโลกนั้น ราคาของมันก็คือคุณก็ต้องดูแลเขาให้สมกับที่เป็นระดับโลกตามไปด้วย
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทีมเล็กๆ หรือกลางๆ จะต้องเสียนักเตะสำคัญของตัวเองออกไปอยู่ตลอดเวลา
เพราะไม่เพียงความท้าทายหรือเกียรติประวัติส่วนตัวของนักเตะคนนั้นเท่านั้นหากมันยังหมายถึงค่าแรงที่ต้องมากขึ้นตามชื่อเสียงด้วย


เดิมรับอยู่สัปดาห์ละ
20,000 ปอนด์กับวัตฟอร์ด แต่เมื่อดังขึ้นมาทีมใหญ่กว่าพร้อมเสนอให้สัปดาห์ละ 90,000 ปอนด์ วัตฟอร์ดไม่อาจจ่ายให้ขนาดนั้น
เดิมรับอยู่สัปดาห์ละ 60,000 ปอนด์กับนิวคาสเซิ่ล แต่เมื่อดังขึ้นมาทีมใหญ่กว่าพร้อมเสนอให้สัปดาห์ละ 160,000 ปอนด์ ทีมสาลิกาดงไม่สามารถจ่ายให้ได้ในระดับดังกล่าว
เพราะค่าเหนื่อยนักฟุตบอลแปรผันตามผลงานและชื่อเสียง มันคือราคาที่คุณต้องจ่ายแม้ว่าคุณกับเขาจะเติบโตขึ้นมาจากศูนย์เหมือนกัน
 แต่มูลค่าของเขาสูงขึ้นแล้วจะให้รั้งเอาไว้ที่เดิมย่อมเป็นไปไม่ได้

แน่นอนนักฟุตบอลบางคนเลือกที่จะอยู่กับต้นสังกัดเก่าต่อไป จะด้วยศรัทธา ด้วยความจงรักภักดีหรือกตัญญูรู้คุณอู่ข้าวอู่น้ำก็ตามแต่
ทว่าโดยธรรมชาติแล้วนักฟุตบอลก็เหมือนคนอาชีพอื่นๆ นั่นแหละ ใครก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น

เพราะมันคือกีฬาอาชีพ นักฟุตบอลเตะฟุตบอลเป็นอาชีพ ทุกอย่างว่ากันตามสัญญาอาชีพที่เซ็นกับสโมสร
เมื่อถึงเวลาเจรจาเพื่อต่ออายุสัญญา นักฟุตบอลจึงต้องการได้หลักประกันที่พวกเขาพอใจที่สุด


นักฟุตบอลที่ดี นักฟุตบอลที่เก่ง นักฟุตบอลตัวหลักของทีมย่อมประเมินความสำคัญของตัวเองที่มีต่อทีมว่าผลตอบแทนที่ได้รับอยู่นั้นคุ้มค่าหรือไม่

เดิมทีสิ่งที่ได้รับในสัญญามันก็คุ้มค่า แต่ตอนนี้อาจจะไม่คุ้มค่าแล้วก็ได้
นักเตะชุดประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลนั้นทีมได้ตัวมาด้วยค่าเหนื่อยไม่แพงจนเกินไป ด้วยกำลังจ่ายของสโมสรไม่สามารถทุ่มจ่ายให้ใครแบบไม่อั้นได้
แต่เมื่อพวกเขาเหล่านั้นยกระดับจากนักเตะที่ดีกลายเป็นนักเตะระดับโลก สิ่งที่ตามมาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ก็คือค่าเหนื่อยที่ต้องกระโจนขึ้นตามดีกรีชื่อเสียงความนิยมที่ทะยานขึ้นไป

ค่าเหนื่อยที่เคยจ่ายให้แบบ National Class หรือ International Class ก็กลายเป็นค่าเหนื่อยแบบ World Class

จากหลักหมื่นก็ขึ้นเป็นหลักแสน จากหลักหนึ่งแสนก็ขึ้นเป็นสองแสน

จะรั้งนักเตะสำคัญๆ เหล่านั้นเอาไว้กับทีม สโมสรจำเป็นต้องขยับค่าเหนื่อยขึ้นตาม และราคาที่ลิเวอร์พูลต้องจ่ายก็คือในเมื่อนักฟุตบอลชุดกวาดแชมป์นั้นยกระดับขึ้นทุกคนตั้งแต่นายประตูยันกองหน้าโดยที่ไม่มีใครรับค่าเหนื่อยระดับซูเปอร์สตาร์มาแต่แรก ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จึงพุ่งสูงขึ้นจนเหมือนทีมที่จ่ายเงินในระดับซูเปอร์สตาร์
ลิเวอร์พูลอาจไม่ได้ซื้อนักฟุตบอลค่าตัวแพงสุดกู่ให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นเหมือนทีมใหญ่เจ้าอื่น
แต่การจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะในทีมนั้นสูงเป็นอันดับต้นๆ ของพรีเมียร์ลีก บางฤดูกาลอันดับสาม บางฤดูกาลอันดับสอง

ลิเวอร์พูลใช้เงินเหมือนกันไม่ใช่ว่าขี้เหนียวไม่จ่ายอะไรเลย เพียงแต่การใช้ของพวกเขาไม่ได้อยู่ในรูปนักเตะใหม่ค่าตัวแพง ค่าเหนื่อยโหด
แต่มันเป็นภาคบังคับคือการรั้งตัวนักเตะสำคัญเอาไว้กับทีมซึ่งทุกคนต้องมีค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นทั้งหมด

ทำไมก่อนเปิดฤดูกาล 2019/20 ลิเวอร์พูลถึงไม่ซื้อใครเลย คำตอบนอกจากพิจารณาว่าขุมกำลังของทีมไม่ได้เลวร้ายอะไรแล้ว
ก็ยังเป็นการที่ทีมเพิ่งจะใช้เงินไปไม่น้อยทั้งการเสริมทัพและรั้งนักเตะสำคัญเอาไว้ในซีซั่นก่อนหน้า

player contract liverpool

ก่อนเริ่มฤดูกาล 2018/19 คือช่วงที่ลิเวอร์พูลลงทุนมากที่สุด พวกเขาจ่าย 160 ล้านปอนด์ให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซื้อนักเตะ 4 คนเข้ามาคือ นาบี เกอิต้าฟาบินโญ่เซอร์ดาน ชากิรี่ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ พร้อมกันนั้นยังไล่ต่อสัญญาเพิ่มค่าเหนื่อยรั้งขุนพลตัวหลักที่เพิ่งจะพาทีมเข้าชิงเจ้ายุโรปที่เคียฟกันมา
-ต่อสัญญา ซาลาห์ พร้อมค่าเหนื่อยพุ่งจากสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์เป็น 200,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 67 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 80,000 ปอนด์ ปีละ 4,160,000 ปอนด์
-ต่อสัญญา ฟีร์มีโน่ พร้อมค่าเหนื่อยพุ่งจากสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์เป็น 180,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 80,000 ปอนด์ ปีละ 4,160,000 ปอนด์
-ต่อสัญญา มาเน่ พร้อมค่าเหนื่อยพุ่งจากสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์เป็น 180,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 80,000 ปอนด์ ปีละ 4,160,000 ปอนด์
-ต่อสัญญา อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พร้อมค่าเหนื่อยพุ่งจากสัปดาห์ละ 9,000 ปอนด์เป็น 72,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 700 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 63,000 ปอนด์ ปีละ 3,276,000 ปอนด์
-ต่อสัญญา โรเบิร์ตสัน พร้อมค่าเหนื่อยพุ่งจากสัปดาห์ละ 43,000 ปอนด์เป็น 83,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 93 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 40,000 ปอนด์ ปีละ 2,080,000 ปอนด์
-ต่อสัญญา เฮนเดอร์สัน พร้อมค่าเหนื่อยเพิ่มจากสัปดาห์ละ 105,000 ปอนด์เป็น 140,000 ปอนด์
เพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซนต์ หรือสัปดาห์ละ 35,000 ปอนด์ ปีละ 1,820,000 ปอนด์

เอาแค่ คนนี้ก่อน เฉพาะการต่อสัญญากับ 6 คนนี้สโมสรต้องจ่ายค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านปอนด์ต่อปี
ผูกพันกันยาวคนละ
 4 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง ยังไม่รวมนักเตะคนอื่นๆ ที่ได้รับการขยายสัญญากันถ้วนหน้า
แน่นอนว่าความสำเร็จไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ ความหอมหวานก็ไม่ได้ลอยมาให้ดื่มด่ำชื่นชมเฉยๆ มันย่อมมีเงินรางวัล มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากช่องทางต่าง ๆ
แต่นอกจากรายจ่ายเรื่องค่าเหนื่อยที่มากขึ้นแล้วสโมสรก็ยังต้องลงทุนเรื่องอื่นๆ อีกเช่นกัน ลงทุนเรื่องศูนย์ฝึกซ้อมใหม่ ลงทุนเรื่องต่อเติมอัฒจันทร์ใหม่
อีกทั้งต้องไม่ลืมเหตุผลสำคัญที่สุดด้วยว่าคล็อปป์กับทีมงานยังพอใจในทีมที่มีและเลือกที่จะเอาเงินส่วนนั้นมาส่งเสริมให้นักเตะที่ฝ่าฟันกันมามากกว่า

ผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลทำงานอย่างรอบคอบ ด้วยความพร้อมของทีมในตอนนั้น คล็อปป์กับสโมสรน่าจะเห็นพ้องกันว่าเอาเงินค่าตัวกับค่าเหนื่อยที่จะซื้อนักเตะใหม่
มาเป็นโบนัสให้นักเตะที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยดีกว่า

ได้นักเตะใหม่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เรื่องแย่ แต่กับบางสถานการณ์คุณอาจจะรู้สึกอยากดูแลคนเก่าให้เขามีความสุขที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก ปกติแล้วเงิน 2 ส่วนนี้จะแยกกัน เงิน ต่อสัญญานักเตะ กระเป๋าหนึ่ง เงินทุนซื้อผู้เล่นก็อีกกระเป๋าหนึ่ง แต่การต่อสัญญาแบบยกทีมด้วยรายได้ที่มากขึ้นคนละ 30 เปอร์เซนต์ 50 เปอร์เซนต์ 80 เปอร์เซนต์หรืออย่างเทรนต์ 700 เปอร์เซนต์ย่อมมีผลกระทบต่ออีกกระเป๋าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เวลานี้ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญกับภารกิจสำคัญอีกครั้งในเรื่องการต่อสัญญา และอาจจะยิ่งกว่าเมื่อปี 2018 ด้วยเพราะข้อเท็จจริงที่ว่านักเตะตัวหลักๆ ที่ทีมต้องต่อสัญญาให้ได้นั้นกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลสุดท้ายในสัญญา บวกกับความจริงที่อายุของทุกคนเริ่มมากขึ้น
จากอายุ 26 เมื่อสามปีก่อนกลายเป็นอายุ 29 ในตอนนี้
จากอายุ 28 เมื่อสามปีก่อนกลายเป็นอายุ 31 ในเวลานี้
เดิมที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก ถ้านักเตะพอใจสโมสรก็พร้อมต่อสัญญาให้ทันทีก็กลายเป็นว่าต้องคิดให้เยอะ คิดให้มาก คิดให้รอบคอบที่สุด แม้นักเตะจะพอใจแต่บางทีอาจต้องเลือกเก็บใครไว้และปล่อยใครออกไป
สมมติว่าทุกคนอยากได้สัญญา ปีอย่างกรณีของ จินี่ ไวจ์นัลดุม นั่นหมายความว่าภาระผูกพันที่มีต่อนักเตะอายุ 31 จะยาวไปถึงอายุ 35 นักเตะอายุ 30 จะยาวไปถึงอายุ 34 และนักเตะอายุ 29 จะยาวไปถึงอายุ 33 ปี
ถ้าเป็นแค่คนเดียวหรือสองคนคงไม่มีปัญหาอะไร แต่นี่คือ 5 คน ซาลาห์-ฟีร์มีโน่-มาเน่ อายุ 29 ฟาน ไดค์ อายุ 30 เฮนเดอร์สัน อายุ 31 และอันที่จริงถ้ารวมไวจ์นัลดุมก่อนหน้านี้เข้าไปด้วยก็เป็น คน
ความยุ่งยากของลิเวอร์พูลจึงอยู่ที่ตรงนี้ ตรงที่นักเตะตัวจริงเกินครึ่งทีมอายุใกล้แตะ 30 กันหมด ทุกคนที่ว่ามาคือตัวจริงของคล็อปป์ และสัญญาของทุกคนใกล้หมดลงพร้อมกันทั้งหมด
เก็บไว้ทั้ง คนไม่ได้หรือ เขาอยากได้เท่าไหร่ก็ให้เขาไป สู้กันมาด้วยกันขนาดนี้ เขาทำให้สโมสรมาขนาดไหนทำไมไม่เห็นคุณค่ากันเลย แล้วนักฟุตบอลสมัยนี้ก็ดูแลตัวเองดี อายุ 3536 ยังวิ่งได้สบาย.. คำตอบคือได้ แต่สัดส่วนเรื่องอายุของทีมจะผิดเพี้ยนไปเพราะมีนักฟุตบอลอายุเยอะที่เป็นตัวหลักอยู่เกินครึ่งทีมตัวจริง
มันไม่เอื้อสำหรับการต่อสู้อย่างยั่งยืน ต้องไม่ลืมด้วยว่า 5 จาก 6 คนนี้กินโควต้านักเตะนอกโฮมโกรน การลงทะเบียนจะติดขัดอย่างไรไหมในอีก 2ปีข้างหน้าถ้าพวกเขายังอยู่กับทีมทั้งหมดในวัย 3334 ปีโดยที่ค่าเหนื่อยทุกคนเป็นระดับท็อปของสโมสร
หลายคนมักยกตัวอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ว่าท่านรองฟิตเปรียะ สภาพร่างกายยังดีเยี่ยม เรายังเก็บเขาไว้เลย แต่เพราะบทบาทของเขาต่างหากที่ทำให้เราเชื่ออย่างนั้น มิลเนอร์พร้อมลงสนามเสมอ เล่นตรงไหนก็ได้ ทว่าเขาเป็นเพียงตัวเสริม ไม่ใช่ตัวจริง เขาอาจจะเล่นต่อเนื่องให้ทีมหนึ่งเดือนเต็มๆ ได้ สองเดือนเต็มๆ ได้ แต่เก้าเดือนเต็มๆ ไม่ได้
สถานะของมิลเนอร์ต่างจากสตาร์ดัง คนที่ว่ามา เขายอมรับบทบาทตัวสำรอง ยอมรับค่าเหนื่อยที่แทบไม่ปรับขึ้น (จาก 140,000 ปอนด์เป็น 145,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในปี 2020) และมีแนวโน้มว่าจะยอมรับสัญญาระยะสั้นแค่ปีต่อปีด้วยเมื่อสัญญาฉบับปัจจุบันหมดลงในปีหน้า หรือถ้าไม่ยอมมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เขาอาจจะมองว่าถึงเวลากลับไปรับใช้ ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกครั้งแล้วก็ได้
นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลด้วยว่าทำไม อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (27 ปี) นาบี เกอิต้า (26 ปี) ทาคุมิ มินามิโนะ (26 ปี) ถึงยังอยู่ในแผนทำทีมของคล็อปป์ ถ้าผลงานช่วงปรีซีซั่นไม่เลวร้ายจนเกินไปทั้ง 3 คนจะยังอยู่กับทีมในฤดูกาลใหม่
แต่พูดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะไม่ซื้อใครใหม่แน่ๆ หรอกนะครับ ทีมก็คงพิจารณาเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเพียงแต่ก็มีอุปสรรคเรื่องอื่นให้จัดการก่อนเช่นกัน ไม่ใช่ว่าคิดจะซื้อก็ซื้อได้เลยทันทีไม่ต้องเคลียร์เรื่องอื่น บางครั้งมันทำได้ แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้เพราะยังติดรั้วขวางทาง
แฟนบอลรักนักเตะ นั่นคือเรื่องแน่นอน แต่จะบอกว่าสโมสรไม่รักนักเตะหรือไม่เห็นคุณค่านักเตะคงง่ายไปหน่อย พวกเขาก็ผ่านอะไรมาด้วยกันเหมือนกัน ผูกพันกันเหมือนกัน ชีวิตจริงมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เห็นเพียงผิวเผินอีกเยอะ ไม่ใช่ว่าสโมสรไม่ ต่อสัญญานักเตะ จะหมายถึงการเฉดหัวส่งหรือเสร็จนาฆ่าโคถึกอย่างที่ถูกกล่าวหาเสมอไป
ถ้าโชคดี นักเตะทั้ง 6 คนอาจจะมีบางคนที่คุยง่าย ยอมรับสัญญาระยะสั้นๆ แค่ 2 ปี แต่ในการพูดคุยกันจริงๆ นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นยาก และไวจ์นัลดุมคือคนที่จากไปแล้วเป็นคนแรก 
คล็อปป์และสโมสรคงไม่อาจมองดูแค่ความสำเร็จระยะสั้น 1ปีข้างหน้าได้ หน้าที่ของพวกเขาคือการวางรากฐานสู่ความสำเร็จระยะยาว ด้วยหลักการและนโยบายที่มองการณ์ไกล เพื่อให้ทีมอยู่ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีโอกาสประสบความสำเร็จทุกปีไม่ขาดช่วง
เวลาเปลี่ยน สถานการณ์ย่อมเปลี่ยน ถ้าหมุนเวลากลับไป 2ปี รับรองว่าการ Player
Contract นักเตะ
 6 คนนี้เช็กบิลกันไปตั้งแต่จบซีซั่นหมาดๆ หรือก่อนจบฤดูกาลแล้ว ไม่ยืดเยื้อมาจนป่านนี้หรอก
บททดสอบใหญ่ของลิเวอร์พูลในเรื่องการต่อสัญญานักฟุตบอลอายุมากมาถึงแล้ว มันเพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับทีมชุดนี้ ทีมงานต้องวางแผนให้ดี คิดให้ละเอียด และถ้าจำเป็นจริงๆ ก็คงต้องเลือก ไม่น่าแปลกใจหรอกที่จะมีข่าวว่าฟีร์มีโน่มีโอกาสถูกปล่อย หรือเฮนโด้อาจไม่ได้รับการต่อสัญญา Player Contract ..