ambbet641.com

Premier League Vs Fifa

Premier League Vs Fifa

Premier League Vs Fifa โควิดนี่…สร้างความปั่นป่วนไปทั่วทุกมุมโลกจริงๆ
ขยับตัวทำอะไรก็ลำบาก มันติดโน่น นี่ไปหมด วงการกีฬาก็หนักอยู่ไม่น้อย
ล่าสุด20 สโมสรพรีเมียร์ลีกลงมติเอกฉันท์ ไม่ส่งนักเตะรับใช้ทีมชาติกลุ่มเสี่ยงมากหรือ “กลุ่มสีแดง”
ช่วงฟีฟา เดย์ ระหว่าง 30 ส.ค. จนถึง 9 ก.ย.
นี่นับว่าเป็นการปะทะโดยตรงระหว่าง พรีเมียร์ลีก และ ฟีฟา โดยที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษก็ทำอะไรมากไม่ได้
แม้ว่าฟีฟา จะมีข้อบังคับให้สโมสรต้องปล่อยตัวนักเตะรับใช้ทีมชาติก็ตาม ปมของเรื่องมันไม่ใช่แค่สนามบอลนะสิครับ
มันไปไกลกว่านั้น ทุกอย่างต้องขึ้นกับมาตรการควบคุมและป้องกันการเดินทางเข้าและออกของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะที่อังกฤษ ที่แม้จะฉีดวัคซีน
สองโดส กันเกิน
 40 ล้านคน มีภูมิคุ้มกันหมู่ตามแผนแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มข้นอยู่
โดยรัฐบาลอังกฤษกำหนดประเทศตามความ “เสี่ยง” โดยใช้สัญญาณไฟจราจรเป็นหลัก (รายละเอียด GOV.UK)
Red list  กลุ่มสีแดง มีความเสี่ยงสูงมาก ทวีปอเมริกาใต้เกือบทั้งทวีป…บราซิล, อาร์เจนติน่า amber list กลุ่มสีเหลือง มีความเสี่ยงปานกลาง
ยุโรปเกือบทั้งทวีป ไทยเราเองถูกอังกฤษจัดให้อยู่กลุ่มเหลือง green list  กลุ่มสีเขียว มีความเสี่ยงน้อย
อย่างเช่น ออสเตรีย, ออสเตรเลีย, ไต้หวัน เป็นต้น กลุ่มนี้มีการเฝ้าระวังเพื่อยกระดับเป็นสีเหลือง หรือ green watchlist
ในหลายๆประเทศขึ้นกับยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต ดังนั้นการเดินทางไปหรือกลับสหราชอาณาจักรจึงมีความเสี่ยงตามพื้นที่ๆ ไป
หรือคนที่กำลังจะเข้ามา ชัดเจนนะครับสำหรับประเทศกลุ่มสีแดง แม้กระทั่งคุณฉีดวัคซีนครบแล้ว
  fully vaccinated หมายถึงฉีดครบสองโดส
เป็นเวลา
2 สัปดาห์เป็นต้นไป ถ้าฉีดสองโดสแล้วยังไม่ถึงสองสัปดาห์ ถือว่ายังฉีดไม่ครบ จะเข้าอังกฤษไม่ได้ (ยกเว้นคนในสหราชอาณาจักร)
แต่ละกลุ่มจึงมีข้อต้องปฏิบัติในการเข้า UK ต่างกันออกไปแม้กระทั่งฉีดวัคซีนครบแล้วก็ตาม
ผู้มาจากประเทศกลุ่มสีแดง ระยะ 3 วันก่อนเดินทางต้อง “ตรวจโควิด” ผลเป็นลบ
เมื่อถึง England ต้อง “กักตัว” 10 วัน โดยวันแรกที่มาถึงนับเป็น 0 วันต่อไปนับหนึ่ง
จากนั้นตรวจโควิดวันที่ 2 และวันที่ 8 ผู้มาจากกลุ่มประเทศสีเหลือง ก่อนเดินทางสามวัน ตรวจโควิด
จองชุดตรวจโควิดที่อังกฤษผ่านเวบไซด์ กรอกข้อมูลเพื่อติดตามตัวระหว่างอยู่ในอังกฤษ
เมื่อถึงอังกฤษ ถ้าฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้ว ตรวจเชื้อโควิดภายในสองวัน ….เป็นอันจบเรื่อง เว้นเสียแต่ว่าตรวจแล้วผลเป็นบวกต้องกักตัวนะครับ
ถ้าฉีดวัคซีนยังไม่ครบ ต้องกักตัว 10 วันที่บ้านหรือสถานที่ๆระบุไว้ แล้วต้องตรวจเชื้อโควิดวันที่ 2 และวันที่ 8 สีเขียวก็เบาหน่อย
แค่ก่อนเดินทางสามวันตรวจโควิด จองชุดตรวจโควิดเอาไว้พอถึงอังกฤษก็ตรวจโควิดในสองวัน ถ้าผลบวกโดนกักตัว ถ้าลบก็ใช้ชีวิตามปกติ
นี่คือความยุ่งยาก
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ จึงไม่แปลกใจที่สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกพร้อมใจคะแนนเอกฉันท์ไม่ปล่อยตัวนักเตะไปรับใช้ทีมชาติในกลุ่มประเทศ “สีแดง”

ช่วงฟีฟา เดย์

ในช่วงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 ส.ค. จนถึง 9 ก.ย.
ย้ำไม่ปล่อยตัวนักเตะให้นักเตะ เฉพาะประเทศ “สีแดง”นะครับฅ
กลุ่มสีเหลืองและเขียว ที่กลับมาไม่ต้องกักตัว สามารถไปเล่นให้ทีมชาติตัวเองได้
ว่ากันตามตรงเกือบทุกทีมมีนักเตะติดทีมชาติกลุ่ม “สีแดง” ทั้งแอฟริกาอเมริกาใต้
หากรัฐบาลอังกฤษไม่ผ่อนปรนมาตรการเข้าและออกประเทศให้ นักเตะกลุ่มสีแดงเท่ากับสโมสรจะต้องเสียนักฟุตบอลไปเพื่อการกักตัว 10 วัน
เท่ากับทีมจะไม่ได้ใช้นักเตะตัวหลักลงสนามอย่างน้อย
 2 ถึงนัด โดยเฉพาะทีมที่เตะแชมเปี้ยนส์ ลีกและยูโรปา ลีก , คอนเฟอเร้นส์ ลีกด้วย
อย่างลิเวอร์พูลนี้ ทั้งกลุ่มสีแดงอย่าง อียิปต์บราซิล 4 คนตัวหลักทั้งนั้นเลย ถ้าปล่อยตัวไปก็เรียบร้อยครับ หายไปสี่คนในทีมชุดใหญ่
ส่วนทีมอื่นๆก็มีนักเตะไปรับใช้ชาติกลุ่มสีแดงด้วยเช่นกัน เรียกว่าโดนกันถ้วยหน้า ตามตัวเลขที่พรีเมียร์ลีกชี้แจงคือนักเตะ
 60 คนจาก 19 สโมสรในพรีเมียร์ลีก
(ยกเว้นเบิร์นลีย์) ต้องเดินทางไปยังกลุ่มประเทศ “สีแดง”
 26 ชาติช่วงฟีฟา เดย์ ที่กำลังจะมาถึงต้นเดือนกันยายนนี้
ก่อนหน้านี้ ฟีฟาเอง “ยกเว้น” เรื่องการเรียกตัวติดทีมชาติในสถานการณ์โควิดที่ต้องกักตัวอย่างน้อย 5 วัน
แต่ตอนนี้กลับมาทำตามกฏเหมือนเดิมแล้วคือสโมสรต้องปล่อยตัวนักเตะมารับใช้ชาติ แต่เมื่อเจอปัญหากลุ่มประเทศสีแดง
ตามมาตรการควบคุมและป้องกันคนเข้าออกของประเทศ ที่ต้องกักตัว
 10 วัน นี่ปัญหาใหญ่เลย
ยกตัวอย่าง โม ซาลาห์ ไปรับใช้ทีมชาติอียิปต์ (กลุ่มประเทศสีแดง)
เมื่อกลับเข้ามาอังกฤษ โม จะต้องกักตัว 10 วัน
อียิปต์ มีโปรแกรมเตะ อังโกลา 1 ก.ย. ที่ไคโร จากนั้นไปเยือน กาบอน วันที่ 5 ก.ย.
ลิเวอร์พูลทำหนังสือแจ้งอียิปต์ แล้วว่าเตะกับ อังโกลา คงไม่ปล่อยตัว แต่วันที่ 5 ก.ย. นี่ อนุญาต ให้ไปเตะนัดเจอ
กาบอน ได้ เนื่องจากเป็นประเทศกลุ่ม “สีเหลือง” พอกลับมาไม่ต้องกักตัว
สามนักเตะบราซิล อลีสซง เบคเกอร์ฟาบินโญฟีร์มีโน ต้องรับใช้ทีมชาติบราซิล (กลุ่มสีแดง)
ช่วง 2ก.ย. ถ้ากลับเข้าอังกฤษต้องกักตัว 10 วัน นั่นหมายความว่าสามคนนี้จะพลาดเกมที่พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ย) 
11 
ก.ย. แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก รอผลจับสลากรอบแบ่งกลุ่มคืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งโปรแกรมแข่ง 14 และ 15 ก.ย.
จากนั้นอีกหนึ่งเกมพบกับคริสตัล พาเลส 
หายไปเกม!!!
จากการกลับไปรับใช้ชาติ…ยังไม่หมดแค่นั้น เดือน ตุลาคมก็มีอีก มีโอกาสพลาดเกมแดงเดือดด้วยหากปล่อยตัวไปรับใช้ทีมชาติ….
จุดนี้พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ ไม่ค่อยพอใจฟีฟา ในเรื่องที่เพิ่มช่วงเวลาฟีฟา เดย์โซนอเมริกาใต้ จาก 9 เป็น 11 วัน นี่ยิ่งเยอะขึ้นกว่าเดิม
นั่นรวมทั้งการยกเลิกการผ่อนปรนสโมสรกับนักเตะทีมชาติช่วงโควิดเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย
ในทางเดียวกันนั้นสมาคมฟุตบอลอังกฤษประชุมร่วมกับตัวแทนรัฐบาลเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ช่วยฟีฟา อีกแรง คือขอให้รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการนี้ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเป็นห่วง เรื่องการเดินทางมาจากกลุ่มประเทศสีแดงค่อนข้างมาก จึงไม่มีการ “ยกเว้น”  
เรื่องการกักตัว ซึ่งล่าสุดทีมรักบี้ กลับจากแอฟริกาใต้ (กลุ่มสีแดง) ก็ต้องโดนกักตัวสิบวันโดยไม่มีการยกเว้นให้ทีมกีฬา
นั่นเลยทำให้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษและพรีเมียร์ลีกต้องมาคุยกับสโมสรสมาชิกทั้ง 20 ทีมเพื่อตัดสินใจร่วมกัน
ไม่ใช่เป็นคำสั่งจาก นายกสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือ ประธานพรีเมียร์ลีกคนใดคนหนึ่ง
เพราะมันคือผลประโยชน์ร่วมกันของทุกสโมสรและทีมชาติ ก็ต้องคุยกันทั้งหมด จริงๆ
แล้วอะไรที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน (ส่วนใหญ่) จะต้องประชุม ไม่ใช่ นายก ฟุตบอลตัดสินใจอะไรแล้วก็ทำตามนั้น…
คราวนี้อยู่ที่ฟีฟา แล้วละครับ เดินหมากยังไงต่อไปหากทีมชาติไม่มีกลุ่มนักเตะจากพรีเมียร์ลีกไปร่วมทีมเตะบอลโลกรอบคัดเลือก
โดยเฉพาะโซนอเมริกาใต้ ที่ต้องขาดกลุ่มนักเตะจากพรีเมียร์ลีก อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ
ฟีฟามีบทลงโทษห้ามนักเตะลงสนามบอลภายในสองนัด ถ้าสโมสรไม่ปล่อยตัวให้ทีมชาติและปรับเงินสโมสร
….ข้อนี้ทางพรีเมียร์ลีกกับเอฟเอ หาทางออกรอเอาไว้แล้วว่ามันเป็นกรณี “ไม่ปกติ” จากปัญหาเรื่องการกักตัวสิบวันแถมนอนโรงแรม
พอพ้นการกักตัวออกมาสภาพร่างกายก็ไม่ได้อีก “แมตช์ ฟิตเนส” ไม่มี
 
หมากที่ฟีฟา จะเดินต่อไปนี่แหละน่าสนใจ ยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆออกมา ก่อนที่ผมเขียนลงเพจนะครับ
อาจจะยังดีใจที่ได้เงินคืนมา 200 ล้านเหรียญสหรัฐ กรณี “คอร์รัปชั่น” สมัย เซปป์ แบลตเตอร์ โดนคดีเมื่อ 6 ปีก่อน
อัพเดต!! ท่าทีล่าสุด จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟา ทำหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน  เพื่อให้ “ผ่อนปรน”
ไม่ต้องกักตัวนักเตะที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง “สีแดง” ตามมาตรการรัฐบาลอังกฤษ
ทำให้เหมือนช่วง ยูโร 2020 ก็ได้ อ่า……เชื่อว่า รัฐบาลอังกฤษโดนกดดันจากทั้งฝั่งกีฬาและสาธารณสุข
จะรักษาสมดุลให้ได้ยังไงดี รอดูการแก้ปัญหาหรือจะสร้างปัญหา แต่เชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก ถ้าไม่มียึดมุมของตัวเองอย่างสุดโต่งเกินไป ทั้งสโมสรและทีมชาติ
แต่มุมนี้…..ผมเห็นด้วยกับสโมสรที่ไม่ปล่อยตัวนักเตะไปเล่นทีมชาติในกลุ่มสีแดงนะครับ Premier League Vs Fifa เป็นไงกันบ้างง