ambbet641.com

Roberto Baggio

Roberto Baggio

ลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต พาดหัวเอาไว้แบบนี้ตอนปี 1990 เมื่อ Roberto Baggio ย้ายจาก ฟิออเรนติน่า ไปยังยูเวนตุส หมายความว่าเขาย้ายด้วยเหตุผลด้านฟุตบอล ไม่ใช่เพราะพิศวาสในการได้สวมเสื้อลายขาว-ดำ เลย
นี่เป็นเรื่องใหญ่ และหนักหนาสาหัสมาก มันเกิดขึ้นก่อนฟุตบอลโลก อิตาเลีย 90 จะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่ถึงเดือน และหลังจากที่ ยูเวนตุส เพิ่งหักอกเอาชนะฟิออเรนติน่า ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ ไม่กี่วัน
สำหรับสาวกวิโอล่า ยูเวนตุสคืออริตัวฉกาจ มันมารุนแรงขึ้นก็ในปี 1981/82
เมื่อ ฟิออเรนติน่า บดบี้กับ ยูเวนตุส ในการลุ้นสคูเด็ตโต้ จนมาถึงนัดสุดท้าย
ฟิออเรนติน่า ทำได้แค่เสมอกับกายารี่ 0-0 โดยที่ประตูของ ฟรานเชสโก้ กราซิอานี่ กองหน้าตัวเก่งโดนผู้ตัดสินริบคืน เนื่องจากมองว่า ดาเนียล เบร์โตนี่ ปีกขวาอาร์เจนไตน์ไปทำฟาวล์ผู้รักษาประตูของกายารี่ ก่อน
ส่วนอีกคู่ ยูเว่ บู๊กับ คาตันซาโร่ ก็เกิดเครื่องหมายคำถามกับการตัดสินเช่นกัน เพราะช่วงครึ่งแรก คาร์โล บอร์กี้ กองหน้าคาตันซาโร่โดน แซร์โจ้ บริโอ กองหลังยูเว่ยกแขนขึ้นกระแทกหน้าจนร่วงแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร แถมพอครึ่งหลัง ผู้ตัดสินยังเป่าให้ ยูเว่ ได้จุดโทษอีกต่างหาก ในช็อตที่ ปิเอโตร ฟานน่า ยิงบอลไปโดนแขนผู้เล่นคาตันซาโร่ ที่ยืนคุมเส้น เมื่อ เลียม เบรดี้ สังหารเข้าไป นั่นก็กลายเป็นประตูชัยให้ยูเว่ชนะ 1-0
ในยุคที่ระบบชนะยังได้ 2 คะแนน บทสรุปของฤดูกาล ยูเว่มี 46 คะแนนได้แชมป์ไปครอง
ส่วน ฟิออเรนติน่า อกหักมี 45 คะแนน

1990

แฟนบอลฟิออเรนติน่า เชื่อว่ามีการโกงเกิดขึ้น ยูเว่ ต้องทำอะไรสักอย่างจนผู้ตัดสินเป่าให้ ยูเว่ ได้ประโยชน์ มันฝังใจพวกเขามาตลอด
พอปี 1990 สโมสรยังกล้าขายนักขวัญใจอันดับ 1 อย่าง โรบี้ บาจโจ้ ไปให้อริอีก นั่นทำให้เกิดการประท้วงของแฟนบอล ที่อยากจะไปเล่นงานฟลาวิโอ ปอนเตลโล่ ประธานสโมสรเลยทีเดียว
แน่นอน พวกเขาโกรธบาจโจ้ ด้วยที่กล้าย้ายไปเล่นให้ ยูเวนตุส แต่ในการให้สัมภาษณ์ บาจโจ้ บอกเสมอว่า “ผมทำทุกอย่างแล้วเพื่อให้ได้อยู่ต่อ”
เหตุผลหลักที่ทำให้ ฟลาวิโอ ปอนเตลโล่ ต้องยอมขายก็เพราะ ฟิออเรนติน่า มีปัญหาการเงินอย่างหนัก อย่างน้อย ตอนนั้นพวกเขาก็ขายบาจโจ้ ได้เป็นสถิติโลก 8 ล้านปอนด์ อ่านข่าวกีฬาไม่มีเบื่อที่ Ambbet ที่นี่เลยครับ
วันที่แฟนบอล ฟิออเรนติน่า รอคอยก็มาถึง 6 เมษายน 1991 เมื่อ ยูเว่ ต้องยกพลมาเยือน อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ และ โรบี้ กลับมาที่นี่ในฐานะคู่แข่ง
ทุกครั้งที่ บาจโจ้ สัมผัสบอลจะมีเสียงโห่อย่างหนัก โดยเฉพาะอัฒจันทร์ฝั่งของพวกแฟนบอลอุลตร้าส์
บาจโจ้ แทบไม่มีส่วนกับเกม และวิโอล่า ก็ออกนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก แต่นักเตะระดับบาจโจ้ ขอโอกาสเพียงนิดเดียว ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้
พอเริ่มต้นครึ่งหลัง บาจโจ้ ก็ลากบอลเข้าเขตโทษไปโดนทำฟาวล์ ทำให้มันเป็นจุดโทษของ ยูเวนตุส ทันที
นั่นคือช็อตในตำนาน เพราะนับแต่ย้ายมา ยูเวนตุส ก็มอบหมายหน้าที่การยิงจุดโทษให้กับ บาจโจ้ ซึ่งเขาก็ยิงเข้าไปแล้ว 5 ลูกด้วยกัน ปกติ โรบี้ คงยิงเข้าไปง่ายๆ แต่หนนี้ ในการเจอกับ ฟิออเรนติน่า เขาปฏิเสธ เลือกที่จะไม่ยิง
ลุยจิ เด อกอสตินี่ ซึ่งเป็นมือปืนคนก่อนหน้าบาจโจ้ รับหน้าที่แทน แล้วดันยิงไม่เข้า โดนนายทวารฟิออเรนติน่าเซฟเอาไว้ได้
เล่นต่อมาได้อีก 13 นาที Roberto Baggio ก็โดนเปลี่ยนตัวออก ระหว่างเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวเขาโดนแฟนบอลเจ้าถิ่นโห่ และขว้างสิ่งของลงมาใส่

ฟิออ

ซึ่งหนึ่งในสิ่งของที่ถูกขว้างลงมามันมีผ้าพันคอของ ฟิออเรนติน่า ลอยลงมาด้วย มันมาตกแทบเท้าของบาจโจ้ แทนที่จะเดินข้าม หรือเมินเฉย บาจโจ้ ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือแน่น แล้วโบกมือเล็กน้อยไปยังแฟนบอล
ภาพนี้เองที่ทำให้ แฟนบอลวิโอล่า บางส่วนเริ่มตระหนักได้ว่า โรบี้ ยังรักและเคารพ ฟิออเรนติน่า เสมอมา เขาไม่เคยคิดอยากย้ายออกจากทีมเลย นั่นคือความจริง
“ลึกลงไปในหัวใจ ผมเป็นวิโอล่าเสมอ” นี่คือสิ่งที่ บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์
แม้ว่า บาจโจ้ จะเป็นหนึ่งในเทพบุตรลูกหนังของอิตาลี แต่เส้นทางการค้าแข้งในระดับสโมสรของเขา กลับพบความลักลั่นตลอดเวลา ย้ายมายูเว่ ก็ใช่ว่าแฟนบอลจะยอมรับโดยเฉพาะในช่วงแรก เพราะเขาแสดงทีท่าชัดเจนว่ายังรักฟิออเรนติน่า ทีมเก่าอยู่
กระทั่งผลงานของเขาหลังจากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกนั้นให้กลายมาเป็นชื่นชม
ช่วง 2 ปีสุดท้ายของเขากับฟออเรนติน่า และ 4-5 ปีในสีเสื้อยูเว่
คือช่วงที่บาจโจ้ พีคสุดในอาชีพ ก่อนจะกลับมาเทพอีกครั้งในปี 1997/98 กับโบโลนญ่า และปล่อยของในช่วง 3 ปีสุดท้ายกับเบรสชา ก่อนแขวนสตั๊ด
สำหรับ ฟิออเรนติน่า พวกเขาก็ยังมองยูเวนตุส เป็นอริตัวฉกาจเสมอมา แต่มันเป็นเรื่องแปลก ที่จนแล้วจนรอด นักเตะสตาร์ดังของพวกเขาก็มักถูกขายไปให้กับ ยูเว่ มาจนถึงปัจจุบัน
สองรายล่าสุดก็คือ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ กับ เฟเดริโก้ เคียซ่า ที่กำลังโลดแล่นอยู่ใน ยูโร 2020 ตอนนี้นี่เอง