ambbet641.com

Ruud Gullit

Ruud Gullit

Ruud Gullit คือ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ในช่วงยุคสมัยของเขา , เขาได้ Ballon d’Or ปี 1987
, เป็น กัปตันทีม พา Holland คว้าแชมป์ ยูโร 1988 (พร้อมกับอันดับสอง บัลลง ดอร์ ปีเดียวกัน)
ธรรมชาติของ Gullit ที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง … Vanguard , Midfield จนไปถึง Defender
ที่จริงแล้ว ด้วยสาเหตุที่ Holland เป็น ต้นกำเนิด ‘โททั่ล ฟุตบอล’ มันจึงไม่แปลกที่ ผู้เล่น Holland สมัยนั้น จะเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง
แต่ Ruud Gullit พิเศษกว่าใคร ตรงที่ เล่นได้หลากหลาย และ ทำได้ดี ในทุกๆตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ให้ลงไปประจำการ
ช่วงเริ่มต้นเล่นฟุตบอล เขาเริ่มจากการเป็นกองหลัง ในบทบาท สวีปเปอร์
และ สร้างชื่อได้อย่างรวดเร็ว จากแนวทางการเล่นที่ สร้างสรรค์เกม จากแนวลึก
Ruud Gullit อยู่เหนือยุคสมัยของ Holland ที่เชื่อในแนวทางการ ต่อบอล เพราะ Gullit เก่งในด้านการ เลี้ยงพาบอลไปกับตัว
จากนั้นเขาก็ถูกขยับขึ้นมาเล่นเป็น กองหน้า และ พอย้ายไป เฟเยนูร์ด เขาก็เล่นเป็น ปีกขวา
ตอนอยู่กับ เฟเยนูร์ด , Ruud Gullit มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้กับ Johannes Cruijff
และ คำแนะนำที่สำคัญ ซึ่ง ‘เทวดาลูกหนัง’ มีมอบให้เขา นั่นคือ
ถ้าย้ายไปทีมใหญ่ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือการแน่ใจว่า ‘อำนาจในการเล่น อยู่ที่เรา’
ปี 1985 , Ruud Gullit ย้ายมาอยู่กับ PSV Eindhoven และ เขาทำตามที่ Johannes Cruijff บอกเอาไว้ นั่นคือทำให้ตัวเองเป็น ‘แกนนำอำนาจ’ ของทีม
เขาแนะนำให้ทีมเปลี่ยนสีชุดแข่ง เพราะของเดิมใส่แล้วดูไม่น่าเกรงขาม เขาเป็นคนคอยประสานสัมพันธ์เพื่อนร่วมทีม ที่มีปัญหากัน
และ ที่หลายคนแทบไม่เชื่อ นั่นก็คือ เขาปรับแผนการเล่นของทีม ให้เอื้อกับการเล่นของตนเอง (ทั้งที่ไม่ใช่กุนซือ)
เขาให้ตัวเองลงเล่นในตำแหน่ง สวีปเปอร์ โดยให้เหตุผลว่า “ผมทำลายเกมได้ และ ผมก็ขึ้นเกมเองได้”
เขาพา PSV Eindhoven คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยซ้อน ใน 2 ฤดูกาลที่เขาเล่นอยู่กับทีม
โดยยิงประตูได้ 46 ลูก(ในเกมลีก)
ช่วงที่มาเล่นใน อิตาลี กับ Ac Milan เขาพา ‘ปีศาจแดง-ดำ’ ได้สคูเด็ตโต้ 3 สมัย , แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย
ทว่าด้วยความที่ Ac Milan ยุคนั้น มีแผงแนวรับที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว 4 คน คือ Paolo Maldini , Mauro tassotti , Franco Baresi และ Alessandro Costacurta
ทำให้ Gullit ถูกดันขึ้นมาเล่นเป็น มิดฟิลด์ตัวรุก และ กองหน้า ซึ่งสองตำแหน่งนี้ คือตำแหน่งที่เขาเล่นในทีมชาติด้วย
แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ Ruud Gullit ก็ยังยืนยันว่า เขาชอบเล่นตำแหน่ง สวีปเปอร์ มากที่สุด เพราะมันจะดึงศักยภาพสูงสุดในตัวเขาออกมา ตอนที่ Chelsea ดึงตัวเขาไปเล่นให้ ในปี 1995 ,
เหตุผลที่ทำให้ Ruud Gullit ตกลง นั่นเพราะ Glenn Hoddle ให้สัญญาว่าจะมอบบทบาท สวีปเปอร์ ให้ Ruud Gullit ได้เล่น
เรื่องตลกร้ายก็คือ วงการฟุตบอลอังกฤษ ยุคนั้น ไม่มีใครรู้จักว่า ‘ตำแหน่งสวีปเปอร์’ มันมีความสลักสำคัญอะไร
ขนาด นักข่าว ที่มาสัมภาษณ์เขา แล้วถูกเขาตอบว่า เขาจะเล่นในตำแหน่ง สวีปเปอร์ ยังเกิดอาการเหวอเล็กน้อย
ส่วนในสนามแข่งขัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ Chelsea โดนบุกใส่ และ Ruud Gullit พักบอลลงเล่นบริเวณหน้าเขตโทษตัวเอง แล้วก็บรรจงถ่ายบอลออกด้านกว้าง อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ
ตอนนั้นเขาโดน ไมเคิ่ล ดูเบอร์รี่ ด่ากระจุยกระจาย ว่า ‘เอ็งทำเชี่ยไรวะ!!!’ นั่นเพราะในธรรมชาติของฟุตบอลอังกฤษ กองหลัง มีหน้าที่แค่สาดบอลทิ้งไปให้พ้นหน้าประตูเท่านั้น
น่าเสียดายที่ เซนส์ฟุตบอล ของ Ruud Gullit ล้ำหน้าเพื่อนไปไกลเกิน
ทำให้ เพื่อนร่วมทีม ต่างก็ไม่เข้าใจการเล่นของเขา ส่งผลให้ ตามจังหวะเกม ที่รังสรรค์โดย Ruud Gullit ไม่ทัน
เขาเล่าต่อว่า … “ผมมีหน้าที่ แย่งบอลกลับมา แล้วก็จ่ายบอลสวย ๆ ออกด้านกว้างของสนาม
ทั้งแบ็คขวา และ ซ้าย เพื่อขึ้นเกมต่อ ปัญหามันอยู่ที่เรื่องเดียวเลย
ก็คือ ผู้เล่นฟูลแบ็ค ไม่อยากได้ลูกส่งจากผม” (อารมณ์ประมาณว่า เอ็งจะจ่ายบอลยัดมาให้ข้าเดือดร้อนทำไมวะ)
นี่คือบางเสี้ยวส่วน ที่บอกว่า ทำไม Ruud Gullit จึงเป็น ตำนานนักฟุตบอล ที่ผู้คนยังคงยกย่องอยู่เสมอ ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัย
เพราะเขาแทบจะเป็น ผู้เล่นคนเดียว ในหน้าประวัติศาสตร์ ที่เล่นได้ดี ทุกตำแหน่งในสนาม