ambbet641.com

Sir Alex Ferguson

Sir Alex Ferguson

“ ยังไงป๋าก็คือพ่ออีกคน ” ( Sir Alex Ferguson ) เกมเอฟเอคัพรอบ 5 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดระหว่างแมนฯยูไนเต็ด
กับอาร์เซน่อลในปี
2003 แอดมินเป็นหนึ่งในนักข่าวที่นั่งอยู่ตรงเพรสบ็อกซ์ด้วย
หลังจบเกมแมนฯยูไนเต็ดพ่าย 02 ตกรอบคาบ้าน เดินออกมาขึ้นรถราง ต่อไปยังแมนเชสเตอร์ พิคคาเดลลี่ สถานีรถไฟใหญ่เพื่อตีกลับลอนดอนด้วยความเซ็ง
จริงๆเกมนี้ควรจะนำด้วยซ้ำ ไรอัน กิ๊กส์ แตะบอลหลบ เดวิด ซีแมน ไปเรียบร้อยแล้ว เหลือประตูแค่โล่ง ๆ แต่ดันยิงข้ามคานอย่างไม่น่าเชื่อ ยิงให้เข้ายังทำยากกว่าอีก

แต่วันรุ่งขึ้นพอซื้อหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์อย่าง เดอะ ซัน
, เดอะ มิร์เรอร์หรือเดลี่ เอ็กซ์เพรสก็แทบช็อก
เพราะมีข่าวว่า Sir Alex Ferguson เตะสตั๊ดลอยอัดเข้าที่คิ้วซ้าย เดวิด เบ็คแฮม จนเป็นแผลต้องใช้พลาสเตอร์แปะเอาไว้

นั่นคืออีกจุดสำคัญทำให้ความสัมพันธ์ของป๋ากับ เบ็คแฮม สะบั้นลง ก่อนจะแยกย้ายกันในซัมเมอร์ปีนั้นเอง เรอัล มาดริดเปิดอ้อมแขนรอต้อนรับอยู่แล้ว
หลังกาลเวลาผ่านไปพักใหญ่ เบ็คแฮม เองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไปโกรธแค้นบอส แล้วก็ตัดสินใจชิ่งหนีออกมา เคยยอมรับว่าหากย้อนเวลาได้ อาจไม่ลงเอยเช่นนี้
ขณะเดียวกันความอาฆาตพยาบาทที่เคยมีในตอนแรก ไม่หลงเหลืออีกต่อไป ยังรักและเคารพป๋าเหมือนพ่อคนหนึ่งเช่นเคย ขอบคุณ Ambbet ที่ทำให้เราอ่านข่าวสนุก ๆ

ไม่มีป๋าคอยดูแลจ้ำจี้จ้ำไช อาจไม่มีเขาที่เติบใหญ่ก้าวมาไกลขนาดนี้ก็เป็นได้

นี่เป็นอีกครั้งที่ เบ็คแฮม เปิดเผยถึงความสัมพันธ์กับป๋า รวมทั้งเหตุการณ์สตั๊ดลอยคว้างกลางอากาศอันฉาวโฉ่ด้วย

“สื่อนำข่าวไปลงแบบเกินจริง เกมนั้นผมทำพลาดไป
2 ครั้ง พอเข้ามายังห้องแต่งตัวก็มีปากเสียงกัน”
“เขาเดินมาที่ผม แล้วหวดที่เสื้อผ้าซึ่งกองบนพื้น แต่มันมีรองเท้าตรงนั้น แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่าเขาเตะแม่นเหลือเชื่อ มันลอยมาที่ศีรษาะผม ซึ่งผมเองไม่ได้โกรธอะไรนักหรอก”
“เรามองว่ามันอาจเป็นเรื่องปแลกออกไปบ้าง แต่ผู้คนในสโมสรต่างไม่ได้ใส่ใจนัก อาจลืมไปแล้ว”
“ปัญหามันอยู่ที่ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ก่อนลุกลามไปเรื่องความสันพันธ์ส่วนตัว ซึ่งมันจบลงไปแล้วเวลานั้น ไม่ได้มีการต่อความยาวสาวความยืดอีก”
“ผมเคยเล่าไปหลายครั้งแล้วว่าบอสไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมยิ่งใหญ่ แต่ยังเหมือนพ่อของผมหคนหนึ่ง ช่วยเหลือดูแลตั้งแต่อายุ 11 ขวบ จนกระทั่งย้ายทีม”

“แน่นอนว่าการกลัวไดร์เป่าผม เป็นหนึ่งในเหตุผลทำให้เราตั้งใจเล่นกันให้ดี
เราอยากให้ผลงานเป็นไปตามเป้าที่บอสต้องการ แม้บางทีเขาอาจทำอะไรที่มันดูเกินไปบ้างก็เถอะ

อย่างก่อนหวดศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี
2000 ผมเปลี่ยนทรงผมมาทำแบบโมฮอว์ค ซึ่งรู้แล้วว่าเขาไม่ชอบหรอก แล้วผมก็ไม่กล้าให้บอสเห็น

“พอมาช่วงซ้อมผมเลยต้องใส่หมวกไหมพรมเสมอ รวมทั้งตอนนั่งรถกลับโรงแรม กินข้าวเย็นที่โรงแรม หรือแม้กระทั่งตอนนั่งรถโค้ชของทีมมาที่เวมบลีย์”

“แต่พอเข้ามาห้องแต่งตัวแล้ว มันเลี่ยงไม่ได้ พอผมถอดเท่านั้นแหล่ะ เขาเห็นเข้าก็ตวาดดังลั่น สั่งให้ไปโกนออกเดี๋ยวนี้เลย ผมพยายามขอร้องอ้อนวอน แต่ไม่เป็นผล”

“นั่นแหล่ะผมถึงต้องไปโกนให้เสร็จสรรพก่อนลงมา ไปที่อุโมงค์ของเวมบลีย์เพื่อจัดการให้เรียบร้อย”

ทั้งหมดคือคำพูดที่ออกจากปากของ เบ็คแฮม ประเด็นที่น่าสนใจไม่มีใครรู้ว่าเขาโกรธแค่ไหน
เมื่อโดนสตั๊ดกระเด็นที่หน้าเต็มๆ แต่เมื่อยืนยันแบบนี้ หมายความว่าไม่มีอะไรติดค้างอีก

แต่หลายคนยังเชื่อว่านั่นคือเหตุผลสำคัญ ทำให้ย้ายไปมาดริด ก่อนจะเข้าใจว่า ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าแมนฯยูไนเต็ดอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเอซี มิลาน
, ปารีส แซงต์ แชร์กแมงหรือแอลเอ กาแล็คซี่
เมื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็เก็บส่วนที่ดีไว้ในความทรงจำ