ambbet641.com

Spurs

Tottenham Spurs

การกลับมาของ Tottenham Spurs ในเกมเมื่อกลางสัปดาห์คงเป็นความสุขที่สุดของแฟน Spurs ..

ไม่เพียงแค่ผลการแข่งขันที่รัวแซงในนาทีที่ 90+5 กับ 90+7 เท่านั้นหรอกครับที่ชวนให้พวกเขารู้สึกชุ่มฉ่ำ หากยังการแสดงออกของนักเตะด้วยที่ยิ่งน่าประทับใจ

วินาทีที่ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ยิงตีเสมอ 2-2 สิ่งที่นักเตะ Spurs ทำไม่ใช่การรุมกอดดีใจ

ที่ทำประตูสำคัญได้ในวินาทีชี้เป็นชี้ตาย หากแต่เป็นการวิ่งเข้าไปเก็บบอลที่ก้นตาข่ายเพื่อเอามาให้เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้านเขี่ยให้เร็วที่สุด

เบิร์กไวจ์นซัดตูมเดียวเข้าประตูแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปเก็บบอลทันที มี แฮร์รี่ เคน วิ่งตามเข้าไปด้วย

ดาวเตะดัตช์เก็บบอลไม่ได้เพราะติด แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ขวางเอาไว้แต่เคนมาช่วยดันนายประตูจิ้งจอกไปติดตาข่ายหลังประตูให้เพื่อนคว้าบอลวิ่งกลับไปตั้งจุดกลางสนามได้

ภาษากายแบบนี้บอกได้อย่างเดียวว่า กูมาเพื่อชนะ ไม่ได้พอใจแค่ประตูตีเสมอวินาทีสุดท้าย.. กูมาเพื่อชนะโว้ย!

ประตูนั้นไม่ใช่ลูกตีไข่แตกไล่จากที่ตามหลัง 2 ลูกลงมาเหลือลูกเดียว ไม่ใช่ประตูปลุกความหวังในเกมชี้ชะตาตัดสินแชมป์ แย่งพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือหนีตกชั้นที่ทีมต้องการชัยชนะเท่านั้น

มันไม่ใช่สถานการณ์อย่างนั้นเลย แน่นอนก่อนเตะ Tottenham ย่อมอยากชนะ ใครก็อยากจะลงสนามไปเพื่อชนะ แต่ในเกมลีกธรรมดานัดหนึ่งที่ไม่ได้มีเดิมพันในฐานะเกมตัดสินชะตากรรมอะไร สิ่งที่นักเตะ Tottenham ทำหลังตีเสมอ 2-2 จึงน่าประทับใจอย่างยิ่ง

การโกงความตายได้อย่างนี้อารมณ์ดีใจสุดเหวี่ยงย่อมต้องระเบิดออกมา มันจะไม่น่าแปลกใจเลยถ้านักเตะไก่เดือยทองจะวิ่งไปกระโดดทับเบิร์กไวจ์นกันจนเป็นเนินย่อมๆ อย่างที่เราเห็นกันจนชินตา ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดหมดเวลาเมื่อเลสเตอร์เอาบอลมาเริ่มเขี่ยใหม่ แบ่งแต้มกันไป

ยอมรับตามตรงครับว่าคาดไม่ถึง การยิงตีเสมอนาทีสุดท้ายของการทดเวลาแล้วนักเตะยังวิ่งเข้าไปเอาบอลมาตั้งจุดเขี่ยเพื่อต้องการเอาชนะให้ได้ในเกมนี้คือภาพที่ผมคิดไม่ถึง.. ก็กูจะเล่นเพื่อชนะอะใครมีปัญหาอะไรไหม

เป็นความมุ่งมั่นและบุคลิกที่แข็งแกร่งมากครับ

นอกจากจะชื่นชมทัศนคติของนักเตะ Tottenham แล้วผมยังอยากจะยกเครดิตให้ อันโตนิโอ คอนเต้ ด้วย

ความกระตือรือร้นและแรงปรารถนาที่จะเป็นผู้ชนะตลอดเวลาของเขาถ่ายทอดลงไปสู่ตัวลูกทีมชัดเจนในเกมนี้

มันคือแคแร็กเตอร์ของความเป็นผู้ชนะ คือการแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุด ผมคิดว่าแฟนบอล Tottenham ก็คงประทับใจและชื่นใจกับจังหวะนี้มากๆ เช่นกัน

แน่นอนครับงานของคอนเต้ยังเหลืออยู่อีกมาก การปลุก Tottenham ให้กลับมาเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลน่าตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน และลงสนามเพื่อเป้าหมายที่จะเป็นที่หนึ่งนั้นต้องอาศัยความทุ่มเทและอุทิศตนให้ถึงที่สุด

ไม่ใช่งานที่ต้องลงแรงร้อยเปอร์เซนต์หากแต่เป็นต้องลุยแหลกร้อยยี่สิบร้อยห้าสิบเปอร์เซนต์

ต้องทุ่มให้สุดตัวไม่อย่างนั้นพาทีมไปถึงจุดนั้นไม่ได้หรอก

อันโตนิโอ คอนเต้ กำลังทำอย่างนั้น เหมือนที่เขาเคยทำในที่อื่น ๆ ทั้งยูเวนตุส เชลซี

และ อินเตอร์ มิลาน แน่นอนครับ Tottenham ยังต้องปรับแต่งอีกพอสมควรทั้งรายละเอียดการเล่น คุณภาพนักเตะ และหัวใจแห่งความเป็นผู้ชนะ

ทุกคนรู้ดีว่ามันยังต้องสม่ำเสมอกว่านี้ เกมนี้ดีเกมหน้าแย่ เกมนี้ชนะเกมต่อไปแพ้ เกมนี้ร้องไห้เพราะปลื้มแต่เกมถัดมาน้ำตาไหลพรากเพราะเปลี้ย เรื่องแบบนี้ต้องลดลงจนหมดไปให้ได้

Spurs ต้องการเปลี่ยนจากทีมที่ก้มหน้ารับสภาพมาเป็นทีมที่พุ่งสมาธิไปที่แชมป์เท่านั้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมบอร์ดบริหารถึงเลือกคอนเต้ คนที่อัดแน่นไปด้วยบุคลิกของผู้ชนะ

ภาพที่เกิดขึ้นในคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยมเมื่อคืนวันพุธนั้นเป็นภาพที่กระจ่าง มันทำให้ความหวังเกิดขึ้นอีกครั้ง

การได้เห็นนักเตะของตัวทุ่มเทสุดกำลัง วิ่งแบบถวายหัว เล่นเพื่อชัยชนะและสู้เพื่อตราสโมสรที่ประดับอยู่บนหน้าอก.. แฟนบอลคงไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

ชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ คือ 90 นาทีที่เราได้เห็นอะไรจาก Tottenham มากกว่าแค่สามคะแนนจริงๆ หลังจากนี้ก็อยากจะเห็นเหมือนกันครับว่าถ้าคอนเต้สามารถทำให้ลูกทีมของเขาวิ่งไปด้วยเป้าหมายเดียวกันได้ในที่สุด ไก่เดือยทองตัวนี้จะดีได้แค่ไหนกันนะ..