ambbet641.com

Team of Klopp

Team of Klopp

Team of Klopp สองปีเต็มผ่านไป เราก็ยังคุยกันเรื่องเดิม
นี่คือโพสต์ที่ผมลงเอาไว้ตอนที่มีกระแสหนักๆ เรื่องที่ทีมไม่เสริมใครเลยก่อนเข้าสู่ฤดูกาล 2019/20

ไม่ได้ตั้งใจจะสื่อว่าไม่ซื้อก็ดีแล้ว ยังไงก็แชมป์หรืออะไรอย่างนั้น ถ้าได้ตัวใหม่มาผมก็ตื่นเต้นดีใจเหมือนกัน
แต่แค่ต้องการบอกว่าทุกการลงตลาดมีรายละเอียดและข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงมากมาย เราอาจจะต้องเผื่อพื้นที่ให้เขาบ้าง

เราแสดงความคิดเห็นได้แต่ก็ควรนำเสนออย่างสร้างสรรค์ สุภาพ มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ตราหน้าหรือด่วนตัดสินเขาว่าโง่ ว่างก ว่าประมาท
เพียงเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรตรงตามใจตัวเอง ไม่ยอมซื้อนักเตะที่อยากให้ซื้อ

เชียร์ทีมฟุตบอลก็อย่างนี้ล่ะครับ เราแฟนบอลย่อมอยากเห็นทีมเก่งขึ้น ดีขึ้น อยากเห็นนักเตะใหม่ ตัดทิ้งนักเตะเก่าที่รู้สึกว่าไม่เข้าพวก
มันเป็นเรื่องในสนามล้วนๆ เพราะเราใส่ใจแค่ตรงนั้น มันไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย ใครเล่นไม่ดีก็เห็นๆ กันอยู่ ตัดทิ้งไปแล้วซื้อใหม่ ยากยังไง

เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ง่ายนะครับ อย่างน้อยนักฟุตบอลก็เป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ คนทุกคนสามารถพัฒนาได้ แก้ตัวได้ เพราะอย่าลืมว่าตอนซื้อมานั้น
ทีมงานก็สกรีนแล้วสกรีนอีกว่าคนนี้ชัวร์ที่สุด นี่ยังไม่รวมความยากอื่นๆ อย่างเรื่องค่าตัวที่ถูกกด ค่าแรงที่ทีมอื่นให้ไม่เท่าเก่า นักเตะไม่อยากไปหรือต้องการอยู่สู้ต่อ

มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ได้ง่ายเหมือนเล่นขายของหรือเล่นเกมซีเอ็ม/เอฟเอ็มที่แค่กดคลิกเดียวก็ขายได้เลย เดิมพันชีวิตจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ

ฝ่ายบริหารเองก็อยากเห็นทีมเก่งขึ้น ดีขึ้นเช่นกัน แต่เป็นทั้งเรื่องในสนามและนอกสนามซึ่งในแง่การบริหารนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ 2 ส่วนนี้สัมพันธ์กัน เพราะเขาไม่ได้ดูแลแค่ “ทีมฟุตบอล” หากดูแลทั้ง “สโมสรฟุตบอล” ซึ่งมีฝ่ายต่างๆ เกี่ยวข้องอีกมากมาย

ส่วนผู้จัดการทีมอยู่ตรงกลาง รับรู้ทุกเรื่อง ทุกฝ่าย และต้องรักษาสมดุลให้ดีที่สุด คำว่าตรงกลางนี้ผู้จัดการทีมแต่ละคนอาจมีไม่เท่ากัน
ส่วนใหญ่มักจะอิงไปทางเดียวกับแฟนบอล หากนั่นคือเรื่องส่วนบุคคล แนวทางใครแนวทางมัน อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ

ที่สำคัญคือผมคิดอยู่เสมอว่าเราไม่ได้เก่งคนเดียว คู่ต่อสู้เขาก็เก่งและแกร่ง เราต้องให้เครดิตคู่แข่งของเราด้วย
ผมเชื่อใน Team of Klopp ว่าเขาเตรียมความพร้อมทุกอย่างเท่าที่มีได้ดีที่สุดแล้วภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ ที่เหลือก็คือลุยไปด้วยกัน

แน่นอนระหว่างนั้นย่อมมีการตัดสินใจที่ผิดบ้าง ถูกบ้าง มันคือเรื่องปกติไม่ใช่ผิดปกติที่ไม่อาจยอมรับได้ ใครมันจะไปตัดสินใจถูกได้ทุกเรื่อง อีกทั้ง ณ สภาวะนั้นๆ มีองค์ประกอบจำกัดในการตัดสินใจเพียงใด มันอาจไม่เหมือนการมองย้อนกลับไปจากปัจจุบันที่มีปัจจัยครบถ้วนมากขึ้นก็ได้

สำหรับผม สุดท้ายแล้วจะแพ้หรือชนะก็ยอมรับมันได้ เพราะเชื่อบนพื้นฐานที่ว่าทุกคนพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วแม้กระทั่งฝ่ายบริหารที่ถูกแฟนบอลตำหนิเป็นด่านแรกเสมอว่าไม่สนับสนุนผู้จัดการทีมอย่างที่ควรจะเป็น ฟุตบอลเป็นกีฬาที่แพ้ได้ชนะได้ แพ้ก็ว่ากันใหม่ หรือต่อให้ชนะก็ต้องเริ่มกันใหม่อยู่ดี ผมมองของผมแบบนี้นะ