ambbet641.com

Theo Walcott

Theo Walcott

Theo Walcott ถือเป็นดาวรุ่งที่พุ่งขึ้นมาเร็วมาก และ มีก้าวกระโดดทางฟุตบอลที่ต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งถูกชักนำโดย… สื่อ
ฤดูกาล 2005-2006 , หลังจากลงสนามในทีมชุดใหญ่
ของ สโมสรเซาธ์แฮมตัน ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้เพียง 21 นัด
อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ตามเช็คฟอร์มเจ้าหนูวัย 16 ย่าง 17 ขวบ จัดการเซ็นคว้าตัวมาร่วมทัพไอ้ปืนใหญ่ ช่วงเดือนมกราคม
แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ลงเล่นเลยในซีซั่นที่เหลือ ทว่าเรื่องที่สร้างความประหลาดใจก็คือ สเวน โกรัน อีริคสันส์ กุนซือทีมชาติอังกฤษ กลับหนีบ Theo Walcott ไปลุยบอลโลกปี 2006 ที่ ประเทศเยอรมัน
ตอนนั้น Theo Walcott อายุ 17 ปี 53 วัน (เกิดเดือนมีนาคม) ซึ่งแม้ตัวของกุนซือชาวสวีดิช จะแทบไม่เคยได้เห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะรายนี้มาก่อน แต่เขาก็กล้ายืนยันว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้น “ผมไม่ได้บ้า”
สเวน โกรัน อีริคสันส์ เลือกจะใช้ความมั่นใจที่เกิดมาจากสัญชาตญาณของตัวเอง
และ อีกอย่างก็คือ นี่เป็นคำแนะนำจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ส่งวีดีโอการซ้อม และ การลงสนามจริงของ วัลคอตต์ ตอนเล่นกับ เซาธ์แฮมตัน มาให้ สเวน ได้รับชม
และสิ่งที่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ ในเวลานั้นประทับใจอย่างมาก ก็คือ ความเร็ว ที่น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเวลาเจอเกมที่ตื้อตัน วัลคอตต์ น่าจะลงมาและใช้ความเร็วสร้างความแตกต่างได้
Walcott จึงได้กลายเป็นหนึ่งในสี่ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ชุดลุย เวิลด์ คัพ 2006 (อีกสามคนคือ ไมเคิ่ล โอเว่น, เวย์น รูนี่ย์ และ ปีเตอร์ เคร้าช์)
“กุนซือคนอื่นอาจคิดว่าผมบ้า แต่ผมไม่ได้บ้า ถ้าทุกคนคิดว่าการตัดสินใจนี้จะเหมือนที่บราซิล เอา เปเล่
ไปลุยบอลโลก ปี 1958 คุณก็คิดผิดแล้ว เพราะมันต่างกัน นี่มันเหมือนการเสี่ยงดวงในการพนัน
แต่ผมเชื่อว่าเขา (วัลคอตต์) จะมีความสุขมากแน่นอนกับประสบการณ์ครั้งสำคัญนี้”
สุดท้ายแล้วบทสรุปก็คือ วัลคอตต์ ไม่ได้ลงสนามในทัวร์นาเม้นท์บอลโลกที่ เยอรมัน สักนัดเดียว
แต่ก็ถูกต้องตามที่ สเวน โกรัน อีริคสันส์ พูดมา เพราะแม้จะไม่ได้ลงสนามแต่ตัวของ วัลคอตต์ ก็ได้ประสบการณ์จากตรงนั้นมาไม่ใช่น้อยจริงๆ
จากนั้นมา Walcott ก็เริ่มสะสมชั่วโมงบินมากขึ้น จนก้าวขึ้นมาเล่นให้ อาร์เซน่อล และมันมาพร้อมความคาดหวังที่มากมหาศาล จากสื่อทั้งหลาย ที่ปะยี่ห้อให้เขาเป็น ‘เด็กมหัศจรรย์’ ของวงการ
และมันก็คือดาบสองคม ที่ทำให้เขาไปไม่สุดในเส้นทางสายนี้อย่างที่ควรจะเป็น
ริโอ เฟอร์ดินานด์ มีแง่คิดในเรื่องนี้ดีมากๆ โดยอดีตปราการหลังปากเป็ดบอกว่า…(เป็นความคิดเห็น ณ ช่วงเวลาตอนนั้น)
“เดี๋ยวนี้นักบอลดาวรุ่งเจอความกดดันจากสื่อสูงมากเกินไป เช่น Theo Walcott ที่สื่อจุดประเด็นสร้างความสนใจตั้งแต่ที่เขายังอยู่ เซาธ์แฮมตัน ยิ่งพอ ธีโอ ย้ายมา อาร์เซน่อล
แล้วยังได้รับเลือกให้ไปเล่นฟุตบอลโลก สื่อก็ยิ่งเข้าถึงเขามากขึ้นจนกลายเป็นความกดดัน ผมมองว่ามันคงจะดีกว่าถ้าสื่อลดความสนใจต่อดาวรุ่งลงบ้าง และ ปล่อยให้พวกเขาได้พัฒนาตัวเองไปตามจังหวะและช่วงเวลาที่เหมาะสม”
ตอนนั้น ไม่มีสื่ออังกฤษคนไหนคล้อยตามความเห็นของ ริโอ เฟอร์ดินานด์
หรอก เพราะสนใจแค่การทำข่าวเท่านั้น อ่านข่าวกีฬามัน ๆ ได้ที่ Ambbet ขอบคุณครับ 
จนมายุคหลังๆถ้าสังเกตุดีๆ สื่ออังกฤษจะเพลาๆการเล่นข่าวที่สร้างความกดดันให้นักเตะทีมชาติอังกฤษ และ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาดี คือการทะลุถึงรอบรองฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2018 นั่นเอง
รวมทั้งรอบชิงฯ ยูโร 2020 นั่นก็ด้วย