ambbet641.com

VAR

VAR

เกมหนัก ปะทะแบบอังกฤษจะกลับมา แฟนบอลส่วนใหญ่พอใจ ผลงานของผู้ตัดสิน VAR ในยูโร 2020 หรือ UCL แต่โกรธเกรี้ยวเมื่อพูดถึงผู้ตัดสิน VAR ในลีกอังกฤษ
อันที่จริงมาตรฐานผู้ตัดสินในอังกฤษถูกมองว่าต่ำตมมาช้านาน
ประธานคณะผู้ตัดสินยูฟ่า โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ พอใจกับมาตรฐานของผู้ตัดสินในเกมระดับทวีป แต่ยอมรับว่า ยากที่จะคงมาตรฐานการตัดสินให้ได้เหมือน VAR
พรีเมียร์ ลีก PGMOL วางมาตรการตัดสินฤดูกาลนี้คือจุดโทษและฟรีคิกต้องน้อยลง โดยเฉพาะจุดโทษของราฮีม สเตอร์ลิง นัดทีมชาติอังกฤษเจอเดนมาร์กในรอบรองชนะเลิศต้องไม่เกิดขึ้น
ฤดูกาล 20-21 มีจุดโทษทั้งหมด 125 ครั้งในพรีเมียร์ ลีก มากกว่าฤดูกาลก่อนหน้านั้น 35 % (19-20 มี 90 จุดโทษ)
จะลดจุดโทษได้อย่างไร คำสั่งของ PGMOL คือต้องเพิ่มเกณฑ์มาตรฐานหรือให้จุดโทษและการฟาวล์
20 สโมสรพรีเมียร์ ลีกให้ข้อมูลกับ PGMOL หรือชื่อเต็มคือ Professional Game Match Officials Ltd (หน่วยงานดูแลผู้ตัดสินระดับ Elite ของอังกฤษ เป็นบริษัทนิติบุคคล ไม่ได้ขึ้นตรงต่อพรีเมียร์ ลีกหรือFA) อยากให้การตัดสินพรีเมียร์ ลีกอยู่ในมาตรฐานเดียวกับยุโรป
เพียงแต่ว่า ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ยากที่จะสรุปให้ไปในแนวทางเดียวกัน 100 % โดยเฉพาะเรื่อง น้ำหนัก ความรุนแรง โดนมากโดนน้อย
เช่น เหตุการณ์ระหว่างอังกฤษ-เดนมาร์กในรอบรอง ยูโร 2020 ราฮีม สเตอร์ลิง โดนฟาวล์จริงหรือไม่
ฝั่งอังกฤษบอกฟาวล์ ฝั่งเดนมาร์กบอกไม่ฟาวล์ ทั้งที่มองเหตุการณ์เดียวกัน
แต่ต่อไปนี้ เหตุการณ์ระหว่าง สเตอร์ลิงและโจอาคิม มาห์เล่ ถือว่าไม่ฟาวล์ ตามแนวทางของ PGMOL  หากผู้ตัดสินให้จุดโทษ ผู้ตัดสิน VAR ต้องแนะนำกลับคำตัดสิน
PGMOL ต้องการให้ผู้ตัดสินในสนามและ VAR พิจารณาถึง น้ำหนัก ความรุนแรงของการปะทะ ก่อนให้ฟาวล์ ฟรีคิกและจุดโทษ ประเภทโดนถากๆ เบาๆ ไม่ให้
ไมค์ ไรลี่ย์ ประธาน PGMOL กล่าวว่า “ เราได้รับข้อมูลชัดเจน จากการออกแบบสอบถามให้นักเตะ ข้อสรุปคือ ฟุตบอลมีการปะทะได้ อย่างจุกจิก หยุมหยิม ไร้สาระ ลงโทษไปหมดทุกเรื่อง”
“ดังนั้น หลักการของเราคือ ผู้ตัดสินต้องมองว่า มีการปะทะ และ การปะทะที่ชัดเจน แล้วถามตัวเอง
การปะทะนั้นมีผลหรือไม่ ผู้เล่นคนที่โดนพยายามให้การปะทะนั้นให้ตัวเองให้ฟาวล์หรือจุดโทษหรือไม่ ไม่ใช่แค่บอกตัวเองว่า นั่นไง มีการปะทะ”
PGMOL ไม่จ้องเล่นงานการตบตาโดยกองหน้า แต่ให้เหตุผลว่า นักเตะทุกตำแหน่งต้องการเห็นด้วยว่า การโดนนิดโดนหน่อยไม่ฟาวล์ การฟาวล์ต้องโดนหรือปะทะกันชัดเจน ยิ่งจุดโทษ ต้องโดนให้เห็นว่าโดน
แต่ถ้ามีการปะทะที่รุนแรงแล้วนักเตะไม่ล้ม กลายเป็นเสียเปรียบหรือไม่  เรื่องนี้ ไรลี่ย์บอกว่า

VAR

“ฤดูกาลที่แล้วผู้ตัดสินผิดพลาด โดยเฉพาะการเล่นที่ปะทะกันรุนแรง นักเตะไม่ล้ม บอลออกนอกสนาม หรือเสียการครองบอล”
ภาพซาดิโอ มาเน่ลอยมาในมโนเลย
“ผู้ตัดสินควรย้อนกลับไป แล้วให้จุดโทษ ผมว่า หากเราทำแบบนั้น จะสนับสนุนให้นักเตะพยายามเล่นต่อไปเมื่อโดนสกัด
 แทนที่จะล้ม ฤดูกาลนี้ เราย้ำให้ผู้ตัดสินปฏิบัติในแนวทางนี้”
เรื่องการล้ำหน้าก็เช่นกัน ล้ำที่รักแร้ ล้ำที่ปลายเล็บเท้า จะไม่เกิดอีกต่อไป เนื่องจาก PGMOL จะใช้เส้นล้ำหน้าที่หนากว่าเดิม แต่ยังไม่บอกว่า หนาเท่าไร และจะไม่ให้ผู้ชมทางโทรทัศน์เห็นขั้นตอนการลากเส้น
โดยหัวหน้าคณะผู้ตัดสินพรีเมียร์ ลีก บอกว่า นำเหตุการณ์ 125 จุดโทษจากฤดูกาลที่ผ่านมา แล้วใส่หลักการใหม่เข้าไป จุดโทษลดลง 19 ลูก
“ล้ำหน้าที่เล็บเท้า ปลายจมูก อย่างฤดูกาลที่แล้ว จะไม่เกิดขึ้นอีกในฤดูกาลนี้” ไมค์ ไรลี่ย์ รับประกัน
สำหรับผู้ช่วยฯ หรือไลน์แมน (ผู้กำกับเส้น ไม่ใช่ไรเดอร์ส่งของ) ต้องยืนยันวิจารณญาณของตัวเอง เมื่อมีการล้ำหน้าแล้วนำไปสู่การได้ประตู สะบัดธงขึ้นแล้ว ต้องไม่เอาลง แม้ผู้ตัดสินไม่ใส่ใจในจังหวะแรก
ล้ำหน้า หรือฟาวล์เพียงเล็กน้อย ไม่นำมาพิจารณายกเลิกการได้ประตู
นับตั้งแต่ใช้ VAR ในพรีเมียร์ ลีก ดูเหมือนว่าจะโดนด่ามากกว่าได้รับคำชม ผิดกับการตัดสินในยุโรปที่ราบรื่น
ไรลี่ย์บอกว่า พรีเมียร์ ลีกเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ยากที่จะก๊อปปี้การตัดสินจากยูโร 2020 มาใข้ทั้งหมด
“ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์แตกต่างจากลีกในประเทศ เราตัดสินแบบที่เหมาะกับพรีเมียร์ ลีกมากที่สุด แต่จะดึงส่วนดีจากยูโรมา”
“เพิ่มเกณฑ์การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ตัดสินในสนาม คือสิ่งที่ดี วีเออาร์จะเกี่ยวข้องก็ต่อเมื่อ เห็นชัดเจนว่า ควรเปลี่ยนการตัดสินของผู้ตัดสินในสนาม” ขอบคุณ Ambbet ด้วยครับที่มีข่าวสารดีๆมาให้อ่านเสมอ
ไมค์ ไรลี่ย์บอกว่า แผนการของPGMOL คิดว่า กว่าจะเข้าที่เข้าทางคงอีก 2 ฤดูกาล ทุกอย่างต้องใช้เวลาเรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไข รักบี้ ใช้ วีเออาร์ 7 ปีกว่าทุกอย่างเข้าที่ คริกเก็ตก็เหมือนกัน